วันที่ 12 กรกฎาคม เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมอรพิม ชั้น 2 ตึกดินสอ อาคารบริการวิชาการและบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ได้มีพิธีลงนามส่งมอบและรับมอบพื้นที่ราชพัสดุ เพื่อจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษกาญจนบุรี ระหว่าง ผู้แทนกองทัพบก โดย พล.ต.อภิชาติ สุขแจ่ม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 17 และผู้แทนกรมธนารักษ์ โดยนายปั้น เปล่งผิว ธนารักษ์พื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ นายศักดิ์ สมบุญโต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พ.อ.วุฒิชัย นาควานิช รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 นายปรีชา มงคลหัตถี รองอธิบดีกรมธนารักษ์ ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีฯ
จากนั้น อธิบดีกรมธนารักษ์และผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ร่วมกับทำพิธีปลดล็อกพื้นที่ดังกล่าว ก่อนแถลงข่าวร่วมกัน โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร นักเรียน นักศึกษา ประชาชน และสื่อมวลชนร่วมงานกว่า 500 คน
นายศักดิ์กล่าวถึงภาพรวมของโครงการว่า จังหวัดกาญจนบุรี เป็น 1 ใน 10 จังหวัดของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ที่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษได้กำหนดให้ท้องที่ตำบลแก่งเสี้ยน และตำบลบ้านเก่า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตามประกาศที่ 2/2558 เรื่อง กำหนดพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 ลงวันที่ 24 เมษายน 2558 ซึ่งเขตประกาศดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุใช้ในราชการกองทัพบก ในตำบลบ้านเก่า อำเภอเมืองกาญจนบุรี เนื้อที่ประมาณ 8,193 ไร่ และได้แจ้งขอให้กองทัพบกส่งคืนพื้นที่ให้กับกรมธนารักษ์ ทั้งนี้ จังหวัดกาญจนบุรี ได้รับความร่วมมือจากหน่วยทหารทั้ง มณฑลทหารบกที่ 17 และกองพลทหารราบที่ 9 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันดำเนินการจนเป็นผลสำเร็จ
ด้าน พ.อ.นฤดล ท้าวฤทธิ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 17 ได้กล่าวว่า มทบ.17 ได้ร่วมกับหลายหน่วยวางแผนการดำเนินงานเป็น 3 ขั้นตอน คือ การสำรวจพื้นที่ การส่งคืนพื้นที่ และการพัฒนาพื้นที่ ทั้งนี้ ได้วางแผนงานด้านความมั่งคงโดยได้ก่อสร้างแนวรั้วแสดงแนวเขตระยะทาง 12 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการทำลายแนวสันปันน้ำและป้องกันการรุกล้ำพื้นที่ของราษฎร ในอนาคตจะมีการก่อสร้างพื้นที่ส่วนหลังเพื่อป้องกันและตอบโต้ภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ รวมถึงการลาดตระเวนและดูแลรักษาป้องกันการบุกรุกที่ดินในส่วนพื้นที่โดยรอบเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
ส่วน พ.อ.วุฒิชัยกล่าวในฐานะหน่วยร่วมดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องว่า ที่ผ่านมาได้ให้ข้อเสนอแนะในการกำหนดพื้นที่เพื่อความมั่นคงตามแนวชายแดน เพื่อการพัฒนาพื้นที่ตามเป้าหมายต่อไป
ขณะที่ นายจักรกฤษ์กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดแรกของพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษระยะ 2 และมีความพร้อมในการดำเนินการมาก เชื่อมั่นว่าจะสามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งขั้นตอนต่อไปกรมธนารักษ์ จะบริหารพื้นที่ 8,193 ไร่ โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ส่วนที่ 1 พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เนื้อที่ประมาณ 2,230 ไร่ จัดไว้สำหรับเป็นพื้นที่การลงทุนโดยจัดให้เช่า ส่วนที่ 2 พื้นที่ชุมชนดั้งเดิมและหมู่บ้านป้องกันตนเองชายแดนจัดให้ราษฎรเช่าเพื่ออยู่อาศัยและทำกินโดยผ่านความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการตามนโยบายที่ดินจังหวัด เนื้อที่ประมาณ 1,442 ไร่ ส่วนที่ 3 พื้นที่สำหรับใช้ในราชการของส่วนราชการต่างๆ ในการสนับสนุนการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจเศษกาญจนบุรี เนื้อที่ประมาณ 1,266 ไร่ และส่วนที่ 4 พื้นที่ในการดำเนินงานของกรมศุลกากร และรองรับการขนถ่ายสินค้า ประกอบด้วย ด่านศุลกากร ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านตรวจสัตว์ ด่านตรวจพืช ด่านอาหารและยา ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และด่านตรวจสัตว์น้ำ เนื้อที่ประมาณ 1,130 ไร่ ซึ่งเมื่อดำเนินการสำเร็จจะเป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่และเป็นจุดเชื่อมโยงการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

