วันที่ 13 กรกฎาคม นายศรีโรจน์ นิมมานพัชรินทร์ ปลัดจังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าฯพะเยา และการมอบหมายให้เป็นผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่พะเยา แล้วได้ร่วมประชุมกับ น.ส.อรุณี ชำนาญยา อดีต ส.ส.พะเยา เขต 1 พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าโครงการจังหวัดยุทธศาสตร์ เพื่อควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และปัจจัยเสี่ยงพะเยา การร่วมกันแถลงผลการดำเนินงานในการแก้ปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัด ตามข้อมูลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบันในเดือน ก.ค.นี้ ภาพรวมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่พะเยา สถานการณ์การดื่มยังไม่ลดลงโดยเฉพาะสุราเสรี หรือเหล้าเถื่อน กลุ่มผู้ดื่มทั้งชาย-หญิง อายุระหว่าง 15-80 ปี จัดอันดับภาคเหนือ 17 จังหวัดที่ 1. พะเยา 54% 2. จ.แพร่ 50.5% และที่ 3 จ.เชียงราย 49.3% และจัดอันดับดื่มต่ำสุดในประเทศคือ 1.จ.ปัตตานี 0.2% นราธิวาส 1.7% และ 3. จ.ยะลา 2.3% นอกนั้นแต่ละจังหวัดในประเทศไทย มีการดื่มสุราลดลงหรือเพิ่มขึ้นตามลำดับ
นายศรีโรจน์ กล่าวอีกว่า การประชุมได้ใช้ยุทธศาสตร์ครอบคลุมทุกด้านในการแก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของจังหวัดแบบอย่างยั่งยืน ได้เริ่มต้นในปี 2559-2560 จังหวัดพะเยา และการวางแนวทางในการขับเคลื่อนได้เล็งเป้าหมายไปยังบทบาของผู้นำท้องถิ่น, นักการเมืองท้องถิ่นเพื่อเชื่อมไปยังการบังคับใช้กฎหมายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพื่อแก้ไขปัญหาการดื่มสุราให้ลดลงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน
ด้านน.ส.อรุณี ชำนาญยา หน.โครงการจังหวัดยุทธศาสตร์ เพื่อควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พะเยากล่าวอีกว่า การลงพื้นที่เก็บข้อมูลทั้งทางตรงและทางอ้อม(ลับ) กรณีเกี่ยวกับโรงกลั่นสุราเสรี ในพื้นที่พะเยา 68 ตำบล 9 อำเภอ ที่ลงทะเบียนผ่านสรรพสามิตอำเภอ-จังหวัด รวม 242 โรง/แห่ง และล่าสุดในปี 58 โรงกลั่นสุราลดลงเหลือ 188 โรง ปัจจัยหรือกุศโลบายที่ทำให้การผลิตสุราเสรีลดลง การรณรงค์งานบุญ, งานศพปลอดเหล้า แล้ว นอกจากนี้การจัดอันดับการดื่มสุราระดับจังหวัดปี 58 พะเยา อยู่ในอันดับที่ 7 ของภาคเหนือแล้วอยู่ในอันดับ 24 ของประเทศ เพื่อที่จะให้ชาวบ้านลดการดื่มสุราลดลงจึงได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัดประจำอำเภอทุกแห่งรวม 9 อำเภอ ทั้งนี้ก็เพื่อให้สอดคล้องกับการบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551

