วันที่ 13 กรกฎาคม 2559 นายชัยวัฒน์ ศรีการะเกตุ อายุ 46 ปี ชาว จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนออกมาตั้งข้อสังเกตว่า โครงการก่อสร้างทางต่างระดับจุดตัดรถไฟสาย อต.4006 แยก ทล.1045 หรือสะพานกลับรถเพื่อข้ามจุดตัดรถไฟซึ่งมีเครื่องปิด-เปิดอัตโนมัติอยู่แล้ว บริเวณหน้าวัดบ้านน้ำริดใต้ หมู่ 1 ต.น้ำริด อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ใช้งบประมาณ 114,780,000.00 บาท ก่อสร้างด้วยเงินภาษีของประชาชน เริ่มก่อสร้างวันที่ 25 สิงหาคม 2557 สิ้นสุดวันที่ 13 สิงหาคม 2559 ของสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวงชนบท แต่การก่อสร้างไม่ใช่เพื่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าวข้างต้น แต่เป็นการสร้างสะพานเพื่อข้ามทางรถไฟบริเวณจุดตัดหน้าวัดน้ำริดใต้เท่านั้น ทั้งที่จุดตัดแห่งนี้ก็มีเครื่องปิด-เปิดอัตโนมัติอยู่แล้ว การก่อสร้างสะพานดังกล่าวไม่น่าจะเกิดประโยชน์ เพราะเส้นทางเข้า-ออกจุดนี้มีอย่างน้อยอีก 2 เส้นทาง
นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ล่าสุดพบว่าใต้สะพานน้ำริดสะพานแฝด ถนนสายอุตรดิตถ์-เขื่อนสิริกิติ์ ก่อสร้างเพื่อข้ามทางรถไฟมีการก่อสร้างสะพานขนาดเล็กอีก 2 แห่ง คู่ขนานกับสะพานน้ำริดด้านล่าง เพื่อข้ามคลองน้ำริด นอกจากนี้ กำลังมีการปรับพื้นที่ที่คู่ขนานกับทางรถไฟเพื่อทำเป็นถนนเรียบทางรถไฟเชื่อมกับถนนสายเข้า-ออกบ้านน้ำริดซึ่งจะเชื่อมกันที่บริเวณหน้าวัดน้ำริด หากมาจากตัวเมืองอุตรดิตถ์ต้องการเข้าสู่บ้านน้ำริดก็จะใช้สะพานเล็กที่ก่อสร้างใหม่ด้านทิศเหนือ และหากออกจากบ้านน้ำริดจะเข้าเมืองอุตรดิตถ์ก็จะใช้สะพานเล็กก่อสร้างใหม่ด้านใต้โดยต้องลอดใต้สะพานน้ำริดสะพานใหญ่แฝดที่ก่อสร้างข้ามทางรถไฟกับข้ามคลองน้ำริด
“หากมาจากถนนสาย 11 หรือสายอุตรดิตถ์-เด่นชัย จ.แพร่ เพื่อต้องการเข้าสู่บ้านน้ำริด จะต้องเบี่ยงซ้ายคอสะพานแฝดน้ำริดแล้วลอดใต้สะพานเพื่อกลับรถก็จะเข้าสู่บ้านน้ำริดได้อย่างปลอดภัย เป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าสะพานกลับรถที่กำลังจะสร้างเสร็จในเดือนสิงหาคมนี้ ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนบ้านน้ำริด หรือประชาชนทั่วไปเลยแม้แต่น้อย หากการนำงบประมาณ 114 ล้านบาทเศษ นำงบประมาณไปก่อสร้างสะพานข้ามอีกหลายจุดใน จ.อุตรดิตถ์ ที่ไม่มีสะพานใช้น่าจะเกิดประโยชน์จะดีกว่านำมาตำพริกละลายแม่น้ำเช่นนี้ แต่อยากจะเรียกว่าผลาญงบประมาณมากกว่า” นายชัยวัฒน์กล่าว

