จนท.เข้าตรวจสอบหาสาเหตุบ้านทรงไทย พังถล่มทับน้องวัย 16 เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหาสาเหตุบ้านทรงไทยพังถล่มทับน้องวัย 16 เสียชีวิต หลังเกิดเหตุพายุพัดถล่ม เบื้องต้นพบโครงสร้างไม่แข็งแรง เพิ่งสร้างใหม่ แรงงานรุดสอบช่วยเหลือเหยื่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม นายสมลักษ์ ยกน้อยวงค์ นายอำเภอเมืองนครพนม ประสานงานร่วมกับ พ.ต.ท.คำดี เฮียงบุญ รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองนครพนม นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่จาก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรนงงาน สำนักงานจังหวัดนครพนม เข้าตรวจสอบหาสาเหตุ และสอบสวนข้อเท็จจริง

กรณีเกิดเหตุพายุพัดถล่มบ้านทรงไทยที่เพิ่งสร้างใหม่ พังถล่มทั้งหลัง ทับคนงานก่อสร้างบ้านเสียชีวิต 1 ราย คือ น้องมาร์ค อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนบ้านนางัว ต.นางัว อ.นาหว้า จ.นครพนม เหตุเกิดช่วงคืนวันที่ 21 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา ขณะคนงานที่มารับเหมาตกแต่งบ้าน รวม 6 คน กำลังประกอบอาหาร หลังเลิกงานแต่พักอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว

จนกระทั่งเกิดพายุฝนพัดถล่ม เป็นเหตุให้โครงสร้างบ้านทรุดทั้งหลัง และพังถล่มทับผู้เสียชีวิตขณะนั่งอยู่ใต้ถุนบ้าน ส่วนอีก 5 คน อยู่บนบ้าน แต่วิ่งหนีเอาชีวิตรอดทัน

โดยจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ทราบชื่อเจ้าของบ้าน คือ นายเจษฎา นครังสุ อายุ 45 ปี ทำงานเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 259 หมู่ 1 ต.ท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งให้ข้อมูลว่า ก่อนนี้มาซื้อที่ว่างเปล่า ประมาณ 5 แสนบาท เพื่อสร้างบ้านไว้พักผ่อน พร้อมปรับถมที่ใหม่ ก่อนทำการก่อสร้าง

ซึ่งมีผู้รับเหมาทำโครงสร้างไปก่อนหน้านี้ จากนั้นทีมช่างชุดล่าสุดได้มารับจ้างตกแต่ง ใกล้แล้วเสร็จสมบูรณ์ เหลืออีกประมาณ 20-30% จนกระทั่งมาเกิดเหตุสลดขึ้น

ส่วนสาเหตุจากการตรวจสอบสภาพบ้านที่พังถล่มพบว่าน่าจะมาจากสาเหตุโครงสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่มีความแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักตัวบ้าน บวกกับพื้นที่ก่อสร้างเป็นพื้นที่เพิ่งปรับถมที่ ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวได้ง่าย พอเกิดพายุทำให้โครงสร้างทรุดตัวพังถล่มลงมา ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนเจ้าของบ้าน รวมถึงผู้อยู่ในเหตุการณ์โดยละเอียด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรนงงาน สำนักงานจังหวัดนครพนม จะได้มีการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อหาทางเยียวยาช่วยเหลือผู้เสียชีวิต เนื่องจากเป็นเด็กนักเรียน ที่มีเพื่อนชักชวนมาทำงานหารายได้พิเศษช่วงปิดภาคเรียน

ด้าน นายกิตติธัช นาโควงศ์ อายุ 45 ปี ชาว ต.นางัว อ.นาหว้า จ.นครพนม หัวหน้าช่างที่รับเหมาตกแต่งบ้าน ให้การว่า ก่อนที่จะมารับจ้าง บ้านหลังนี้ได้มีการสร้างมาเรียบร้อยในส่วนของโครงสร้าง จึงได้มารับงานในส่วนของงานตกแต่งงานไม้ โดยได้มีแรงงานทั้งหมด 6 คน รวมมีเด็ก 3 คน ซึ่งเป็นญาติคนรู้จักในหมู่บ้าน ที่เป็นเด็กนักเรียน ที่ปิดภาคเรียน แต่มารับจ้างทำงานหารายได้เสริม รวมถึงน้องที่เสียชีวิต

ขณะเกิดเหตุ กำลังจัดเตรียมรับประทานอาหารหลังเลิกงาน จะพักที่ตัวบ้าน ส่วนหนึ่งช่วงเกิดเหตุ อยู่บนตัวบ้าน มีเพียงน้องที่เสียชีวิตนั่งอยู่ใต้ถุนบ้าน จนกระทั่งเกิดพายุฝนลมแรงมาอย่างรวดเร็ว ไม่ถึง 30 นาที พบว่าตัวบ้านเกิดโยกเอียงพังถล่มลงมาแบบไม่คาดคิด พยายามเรียกคนงาน ให้หนีเอาตัวรอด

ต่างพากันวิ่งคนละทิศละทาง จนพายุฝนสงบ และบ้านพังถล่มลงกองกับพื้น ได้พบว่าน้องมาร์ค ถูกทับตายคาใต้ถุนบ้าน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ นำร่างออกมาจากซากบ้าน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผอ.ซีดีซีมะกันเตือน ‘โควิด’ ระบาดระลอก 2 เสียหายรุนแรงหนัก
บทความถัดไปเผยพระรูปสดใส ‘เจ้าชายหลุยส์’ ครบ 2 ชันษา