หน้าแรก ภูมิภาค ศาลตัดสินรอกำ...

ศาลตัดสินรอกำหนดโทษ 1 ปี หน.อุทยานฯน้ำตกหงาว ตั้งวงดื่มสุรา ชี้ไม่จงใจฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

26.04.20 | 09:06 น.

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระนองบุกจับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว และพวกรวม 8 คน ในข้อหามั่วสุมดื่มสุรา ในลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ตามคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อคืนวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ในเวลาประมาณ 21.10 น. ที่บ้านพักหัวหน้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว อ.เมือง จ.ระนอง เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีและส่งฟ้องศาลนั้น


ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ศาลจังหวัดระนองได้พิจารณาคดีดังกล่าว โดยจำเลยทั้ง 8 ได้แถลงประกอบคำสารภาพตามฟ้อง เหตุเนื่องจากจำเลยทั้ง 8 มิได้มีเจตนาที่จะทำการมั่วสุมเพื่อดื่มสุรากันในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ตามประกาศเรื่อง ห้ามการชุมนุม ทำกิจกรรม การมั่วสุม แต่เนื่องจากมีนักวิชาการป่าไม้ ย้ายมารับราชการใหม่ที่จังหวัดระนองและได้เชิญนักวิชาการสาธารณสุขจังหวัดระนอง มาร่วมปรึกษาหารือการพัฒนาอุทยานแห่งชาติ ในระหว่างที่ปิดรับบริการนักท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาให้เป็นอุทยานแห่งชาติสีเขียว ประกอบกับอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว มีร้านสวัสดิการและบ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติต้องจัดการเกี่ยวกับการสุขาภิบาลและอนามัยสิ่งแวดล้อม เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวและป้องกันการแพร่ระบาดโรค จึงร่วมกันปรึกษาวางแผนเกี่ยวกับการหาแนวทางป้องกันโรคระบาดดังกล่าว โดยมิได้มีการส่งเสียงรบกวนชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากภายในบริเวณดังกล่าวเป็นบ้านพักของอุทยานแห่งชาติ ที่มิได้อยู่ในเขตชุมชน เพียงแต่นั่งรับประทานอาหารร่วมกันและพูดคุยกันเท่านั้น โดยไม่มีเจตนาที่จะฝ่าฝืนคำสั่งของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงลงนามในประเทศ เรื่อง ห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม แต่อย่างใด จำเลยทั้ง 8 รู้สึกสำนึกในการกระทำ ขอศาลได้โปรดลงโทษจำเลยทั้ง 8 ในสถานเบา

Advertisement

ทั้งนี้ ศาลได้พิพากษาว่า จำเลยทั้ง 8 กระทำผิดตามคำฟ้อง พิเคราะห์คำฟ้องและคำแถลงประกอบคำรับสารภาพของจำเลยทั้ง 8 แล้วเห็นว่า จำเลยทั้ง 8 เป็นข้าราชการ และร่วมประชุมปรึกษาหารือเกี่ยวกับงานราชการ รวมถึงได้เชิญนักวิชาการสาธารณสุขมาร่วมปรึกษา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 แต่อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในการประชุมกัน ซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรการในการเว้นระยะห่างทางสังคม กรณีดังกล่าวเห็นว่าจำเลยทั้ง 8 ไม่จงใจที่จะฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ประกอบกับจำเลยทั้ง 8 สำนึกในการกระทำผิดดังกล่าวแล้ว และจะระมัดระวังในการจัดประชุมสังสรรค์ร่วมรับประทานอาหารกัน ไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวอีก เห็นควรรอกำหนดโทษแก่จำเลยทั้ง 8 ไว้มีกำหนดไว้ 1 ปี