หนุ่มอยุธยาเครียดปีนสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก เหตุตกงานไม่ได้รับเงินเยียวยา 5 พัน แถมทนพิษควันจากโรงอิฐเข้าบ้าน เมียป่วยโรคหอบ กลัวไม่มีเงินหาหมอ กลัวถุกจับเคอร์ฟิว
เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ต.ท.พีรณัฐ งามเลิศรัตนชัย รองผกก.ป. สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีชายปีนขึ้นไปบนโครงสะพานปรีดีธำรง ข้ามแม่น้ำป่าสัก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานรถกระเช้า เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูอยุธยา นำรถพยาบาล และเรือเร็ว ไปให้ความช่วยเหลือ
บนโครงสะพานของสะพานปรีดีธำรง ขนาดความสูง 12 เมตร พบชายอายุประมาณ 37 ปี สวมแมสก์ สวมเสื้อกีฬาสีขาว กางเกง ยีนส์ขาสั้น นั่งคร่อมตัวโครงสะพานอยู่ เจ้าหน้าที่พยามเข้าพูดคุย เกลี่ยกล่อม สอบถามในเบื้องต้น ต้องการพบผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อร้องเรียนปัญหา
ต่อมา นางคนึง ธารีสิทธิ์ อายุ 45 ปี พี่สาวของชายที่จะกระโดดสะพาน พร้อมกับครอบครัวเดินทางมาที่เกิดเหตุ ร้องไห้ด้วยความตกใจและสงสารน้องชาย ได้พูดเกลี่ยกล่อมน้องชาย คือนายสมชาย ธารีสิทธิ์ มีอาชีพรับจ้างก่อสร้าง ช่วงนี้ตกงานไม่มีงานทำ ขาดรายได้ และเครียดปัญหาที่บ้านพัก ใน ม.7 ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีโรงงานเผาอิฐ ควันลอยรบกวน หายใจไม่สะดวก เพราะที่บ้านมีทั้งเด็กและคนชรา และภรรยาของนายสมชาย ป่วยเป็นโรคหอบด้วย ร้องเรียนผ่านหน่วยงานต่างๆมาแล้วหลายครั้งนานกว่า 3 ปี ยังไม่มีการแก้ไขปัญหา
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่าทางผู้ว่าราชการจังหวัดรับทราบปัญหาแล้วขอให้ลงมาพูดคุยกันจะช่วยแก้ไขปัญหาให้ เวลาผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง นายสมชาย ธารีสิทธิ์ จึงยอมลงมาจากโครงสะพาน โดยมีนายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล อดีตผู้สมัคร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 1 พรรคเพื่อไทย ขึ้นกระเช้า ไปรับตัวลงมาอย่างปลอดภัย พร้อมกับมอบเงินสดช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง
นายสมชาย ธารีสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องการพบนายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยแก้ไขปัญหา เรื่องควันจากโรงอิฐ ที่ลอยมารบกวนครอบครัวตนเองและคนในชุมชน ซึ่งร้องเรียนหน่วยงานต่างๆมาแล้วหลายครั้ง ไม่มีการแก้ไข ยังถูกเจ้าของโรงอิฐท้าทายว่าทำอะไรไม่ได้ ยิ่งมาเจอช่วงโควิด-19 ให้หยุดอยู่บ้าน กิจการต่างๆหยุด ตนเองมีอาชีพก่อสร้าง และรับจ้างทั่วไป ตกงาน ขาดรายได้ ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท โครงการเราไม่ทิ้งกัน ยังไมได้รับเงินอยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบ ทำให้เกิดความเครียด ขณะที่ภรรยาคือนางนงนุช บุญมัย อายุ 35 ปี ป่วยเป็นโรคหอบ หายใจไม่ค่อยออก ต้องไปพบหมอเสียค่าใช้จ่าย และมาเจอช่วงเวลาเคอร์ฟิว กลัวถูกจับ ทำให้คิดเยอะเกิดความเครียดสะสมทุกวัน จึงตัดสินใจจะมากระโดดสะพานเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม
นางนงนุช บุญมัย อายุ 35 ปี ภรรยานายสมชาย กล่าวว่า ไม่คิดว่าสามีจะมาตัดสินใจแบบนี้ ครอบครัวเราและคนในชุมชน ต้องทนทุกข์กับปัญหาเรื่องของควันจากโรงอิฐมานานไม่ได้รับการแก้ไข สามีตกงาน ไม่มีใครจ้างจึงเกิดความเครียด
นางสยุมพร กุลสุ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ได้เข้าไปพุดคุยปัญหากับนายสมชายแล้ว เรื่องการร้องเรียน เรื่องควันของโรงอิฐ ทางศูนย์ดำรงธรรมได้รับทราบปัญหา และได้ให้ทาง อบต.บ้านใหม่ ดำเนินการ ปรับปรุงการผลิต ให้ลดควัน ไม่ให้เกิดผลกระทบ ต่อมาทราบว่ากระทำความผิดเกี่ยวพ.ร.บ.อาคาร เป็นขันตอนของการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งในวันที่ 27 เม.ย. จะเป็นการเข้าตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเครีงครัด



