หน้าแรก ภูมิภาค รวบหนุ่มใช้ข้...

รวบหนุ่มใช้ข้ออ้างตกงาน ตระเวนขอเงินไปทั่ว ร้านค้าพบพิรุธ ไม่ให้ เจอย้อนมาจุดไฟเผา

29.04.20 | 10:13 น.
สุพรรณบุรี-ตำรวจรวบตัวหนุ่มอ้างตกงาน ตระเวนขี่รถขอเงิน ร้านอาหาร วัด ไม่ให้จุดไฟเผาร้าน จับได้ แถ หาตังค์ไปซื้อกาวมาดม

ที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรพจน์ วีเปลี่ยน ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี พ.ต.ท.สะอาด ดัดธุยะวัตร รอง ผกก.สส. พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหาก่อเหตุย่องกลางดึก ทำการเผาร้านส้มตำหมีเดือด ถนนพันศรโยธา ต.รั้วใหญ่ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

จากกรณีดังกล่าว เหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นเมื่อช่วง เวลาประมาณ 02.40 น.ของวันที่ 26 เม.ย.63 ที่ผ่านมา โดยเป็นชายนิรนาม ขับรถจยย.เข้ามา ช่วงเวลาดังกล่าวแล้วใช้เสื่อน้ำมัน ราดด้วยน้ำมันจุดไฟ โดยเข้าไปในหน้าต่างของร้าน เวลาเช้ามืด โชคดีที่เพลิงไม่ลุกลาม เนื่องจากไปโดนแผงไข่ เลยทำให้ไฟดับก่อน เจ้าของร้านถึงกับผวา งงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะคาดว่าบุคคลที่ก่อเหตุมีวัตถุประสงค์อะไร จึงโพสต์ภาพผู้ต้องสงสัยเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดลงเฟซบุ๊กส่วนตัว ทำให้มีคนมาแสดงความคิดเห็นกันมากว่าชายคนดังกล่าว เคยมีพฤติกรรมหลอกลวงชาวบ้านรายอื่น รวมถึงพระสงฆ์ในวัดต่างๆ ด้วย จึงได้เข้าแจ้งความที่สภ.เมืองสุพรรณบุรี

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้รวบรวมข้อมูลจากพยานและหลักฐานทั้งหมด จนสามารถติดตามจับกุมผุ้ก่อเหตุได้วันนี้ ที่ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี หลังก่อเหตุแล้วได้ขับรถ จยย.หลบหนีไป

ด้าน พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.ภ.จว.สุพรรณบุรี ได้เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว ได้สั่งการให้ทาง จนท.ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ชุดสืบสวน กก.สส. ร่วมกันนำกำลังตามจับกุมผู้ต้องหาให้ได้โดยไวที่สุด หลังจากสืบทราบมาว่า ที่ผ่านมามีการตระเวนก่อเหตุ ไปขอเงินจากร้านอาหารและวัด ในลักษณะเดียวกันมาหลายแห่ง ได้เงินวันละหลายร้อยบาท โดยอ้างว่าตกงาน ไม่มีงานทำ ตรวจสอบพบมีอาชีพเคยเป็นอดีต รปภ.แห่งหนึ่ง ตอนนี้ตกงาน ไม่มีงานทำ มีหมายจับลักทรัพย์อีก 2 คดี ในท้องที่อื่น ผู้ต้องหารายนี้ คือ นายสมคิด ชีรัมย์ อายุ 36 ปี ชาว อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ตรวจสอบยึดของกลางเป็นรถ จยย.ฮอนด้า สีแดงดำ ทะเบียน 9 กข 7590 กรุงเทพมหานคร พร้อมกระเป๋าสะพาย 1 ใบ โดยผู้ก่อเหตุนั้น ให้การยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยได้เดินทางไปขอเงินที่ร้านส้มตำดังกล่าว เพื่อขอเงินกลับบ้าน อ้างว่าตกงาน ไม่มีเงิน ตอนแรก ภรรยาเจ้าของร้านจะให้ แต่สามีดูพฤติกรรมแปลกๆ จึงไม่ได้ให้ไป คาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ไม่ได้เงิน จึงมาก่อเหตุดังกล่าว โดยเบื้องต้นเจ้าตัวยอมรับว่าทำจริง เพราะเหตุเมากาว ซึ่งทางตำรวจพบว่าผู้ต้องหารายนี้ตระเวนขอเงินไปทั่ว ทั้งวัด ทั้งห้างร้าน ร้านอาหาร อ้างว่าตกงาน และเหตุผลที่น่าสงสารชวนให้หลงเชื่อ แล้วเอาเงินไปซื้อกาวมาดม มีพฤติกรรมดื่มเหล้าประจำ เบื้องต้นได้ตั้งข้อหา วางเพลิงเผาทรัพย์ พร้อมนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และสอบสวนต่อเพื่อดำเนินคดีต่อไป

จากนั้น ชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้นำตัวผู้ต้องหา ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ ร้านส้มตำหมีเดือด โดยทางครอบครัวของร้านส้มตำ ได้กล่าวขอบคุณ จนท.ตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี ที่สามารถติดตามจับกุมผุ้ก่อเหตุมาได้อย่างเร็วไว ไม่เช่นนั้นคงวิตกกังวลกันมากกว่านี้ เพราะตอนนี้เราก็ทำมาหากิน พอมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราก็ตกใจมาก เพราะไม่รู้เหตุจูงใจที่ทำ เพราะในร้านมีครอบครัวเราอยู่ด้วยทั้งหมด เด็กเล็ก และโชคดีที่ร้านไม่เป็นอะไร ถ้าไฟไหม้ทั้งหมด เราคงแย่ ก็อยากให้ทำมาหากินสุจริตช่วยเหลือเห็นใจกันในสถานการณ์เช่นนี้

Advertisement