หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯสงขลาย...

ผู้ว่าฯสงขลาย้ำขรก.ห้ามออกนอกพื้นที่ก่อนอนุญาต ฝ่าฝืนมีบทลงโทษ

29.04.20 | 15:33 น.

ผู้ว่าฯสงขลายันก่อนหน้านี้เคยกำชับห้าม ขรก.ออกนอกพื้นที่โดยเฉพาะไปยังจังหวัดเสี่ยง นำมาเน้นย้ำกำชับ ขรก.ทุกหน่วยอีกรอบ ฝ่าฝืนมีบทลงโทษ

กรณีนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ออกคำสั่งถึงหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งเรื่องมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยห้ามไม่ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐออกนอกเขตพื้นที่จังหวัดสงขลาก่อนได้รับอนุญาตหรือกรณีมีเหตุจำเป็นต้องออกนอกพื้นที่ต้องขออนุญาต เดินทางออกนอกเขตจังหวัดไปยังจังหวัดกลุ่มเสี่ยงแล้วกลับเข้ามาในจังหวัดสงขลาให้แยกสังเกตอาการในที่พักเป็นเวลา 14 วันและให้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งของส่วนราชการโดยให้ส่วนราชการมอบหมายการปฏิบัติงานเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ หากพบว่ามีอาการเข้าข่ายต้องสงสัยให้แจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาทันทีทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติหรือมีการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ยืนยันว่าก่อนหน้านี้ได้มีการส่งหนังสือข้อสั่งการ กำชับ เรื่องการออกนอกเขตจังหวัดมาแล้วเมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา เมื่อมีกรณีของการติดเชื้อของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงมีการวิพากษ์ในสื่อต่างๆ ก็นำหนังสือฉบับนั้นมาขยายผล กำชับอีกรอบ อีกทั้งทางส่วนกลางก็ได้ออกประกาศใน 10 จังหวัดที่มีพื้นที่การระบาด ก็ได้ดำเนินการเช่นเดียวกับส่วนกลาง กำชับลงในรายละเอียด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติเป็นแบบอย่างของประชาชน หลักการก็คือ เราบังคับประชาชนอย่างไร ข้าราชการเราก็ต้องปฏิบัติเช่นนั้น หากฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ก็มีโทษทางวินัยอยู่แล้ว

นอกจากนั้น ในส่วนของการเปลี่ยนด่าน ในการรับคนไทยที่เดินทางกลับจากประเทศมาเลเซีย จากด่านพรมแดนสะเดา เป็นด่านพรมแดนปาดังเบซาร์นั้น ก็เนื่องจากเมื่อมีการบริหารจัดการ การคัดกรอง การแยก ในการบริการเรื่องของคนที่เข้ามา กับ รถบรรทุกสินค้า ทำให้คณะทำงาน พิจารณา เห็นว่า มีความสะดวก และแยกออกจากกันชัดเจน ไม่แออัด จึงเห็นควรจะยังคงใช้ด่านพรมแดนปาดังเบซาร์ ในการรับคนไทยต่อไป จนกว่าจะสิ้นสุดกระบวนการ ซึ่งได้เสนอไปทางส่วนกลางก็ได้รับการพิจารณาเห็นชอบแล้ว

Advertisement