น.ศ.มช. เรียกร้องลดค่าธรรมเนียม รายละ 4,500 บาท ชี้ไม่ทั่วถึง ไม่เท่าเทียม ไม่พอเพียง 

น.ศ.มช. เรียกร้องลดค่าธรรมเนียม รายละ 4,500 บาท ชี้ไม่ทั่วถึง ไม่เท่าเทียม ไม่พอเพียง

เมื่อวันที่ 29 เมษายน ที่อาคาร 3 ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) น.ส.เบญจวรรณ ปัญญาคำ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ และนายศุภเกียรติ เมืองแก้ว นักศึกษาคณะสังคมศาสตร์ เป็นตัวแทนเครือข่ายนักศึกษา มช. ได้ออกแถลงการณ์เครือข่ายนักศึกษา มช.กรณี นพ.นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดี มช. พร้อมผู้บริหาร ได้แถลงข่าวการลดค่าธรรมเนียมให้แก่นักศึกษา มช. ทุกระดับ รายละ 4,500 บาท ว่าทางเครือข่ายฯ ขอขอบคุณมติที่ประชุมคณะกรรมการผู้บริหารมหาวิทยาลัย ที่มีมาตรการลดค่าธรรมเนียมการศึกษาอย่างชัดเจน มาตรการดังกล่าวเป็นดอกผลที่เกิด จากการเคลื่อนไหว ต่อสู้เรียกร้องของนักศึกษาตลอดระยะเวลาเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา เครือข่ายนักศึกษาฯ ขอขอบคุณศิษย์เก่า ผู้ปกครอง คณาจารย์ สื่อสารมวลชนทุกท่านที่สนับสนุนการเรียกร้องตลอดมา

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายนักศึกษา ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับมาตรการ ดังนี้ การลดค่าธรรมเนียม จำนวนเงิน 4,500 บาท ทุกคณะในระดับปริญญดรี ยังเป็นมาตรการที่วางอยู่บนการช่วยเหลือที่ไม่ถ้วนหน้า เนื่องจากค่าธรรมเนียมการศึกษา ของแต่ละคณะไม่เท่ากัน เช่น คณะสังคมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ บางหลักสูตร คิดค่าธรรมนียม 15,000 บาท แต่ค่าธรรมเนียมการศึกษา ของวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี สาขาวิชาบูรณาการอุตสาหกรรมดิจิทัล (ภาคปกติ) คิดค่าธรรมเนียม 35,000 บาท หากคิดออกมาเป็นสัดส่วนแล้ว จะเห็นว่าการลดค่าธรรมเนียม 4,500 บาท เป็นมาตรการที่ไม่ถ้วนหน้า และยิ่งมีความชัดเจน ขึ้นเมื่อพิจารณาถึงจำนวนค่าธรรมเนียมการศึกษาที่นักศึกษาระดับปริญญาโทและเอก ที่ต้องจ่าย ทางเครือข่ายนักศึกษา เห็นว่าจะเป็นการดีกว่าหากทาง มหาวิทยาล้ยพิจารณาปรับปรุงมาตรการลดค่าธรรมเนียมการศึกษาให้เกิดความเท่าเทียมและถ้วนหน้าแก่นักศึกษาทุกคน

นอกจากนี้ เครือข่ายนักศึกษาขอประณามพฤติกรรมคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยต่อกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจขู่ว่าจะแจ้งความนักศึกษาด้วย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในเหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยหลายท่านอยู่ในเหตุการณ์ แต่กลับนิ่งเฉย ปล่อยให้นักศึกษาถูกข่มขู่จากเจ้าหน้ที่ตำรวจ นอกจากจะไม่ปกป้องนักศึกษาแล้ว ซ้ำผู้บริหารยังเลือกที่จะไม่ชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ว่าเครือข่ายนักศึกษา เพียงแค่ต้องการยื่นหนังสือต่อสภามหาวิทยาลัย ซึ่งเครือข่ายนักศึกษาได้แจ้งจุดประสงค์ดังกล่าวล่วงหน้าผ่าน e-mai และเเถลงการณ์ผ่านสื่อต่างๆ ด้วย เหตุดังนั้น ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจึงเป็นผลของความพยายามในการกีดกันไม่ให้เครือข่ายนักศึกษาฯ เข้ายื่นหนังสือต่อสภามหาวิทยาลัย

“ความนิ่งเฉยและการกีดกันของคณะผู้บริหารเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสถานศึกษา ซึ่งเป็นพื้นที่ของเสรีภาพและการมีส่วนร่วมของนักศึกษา พฤติกรรมดังกล่าวนำไปสู่การตั้งคำถามถึงจรรยาบรรณและความเป็นมนุษย์ที่มีสำนึกของผู้บริหาร ผู้เลือกที่จะนิ่งเฉยต่อความไม่ถูกต้องเหล่านั้น”

นายศุภเกียรติกล่าวว่า ขอเรียกร้องเครือข่ายนักศึกษามีเพียง 2 ประเด็น ประเด็นแรก มาตรการช่วยเหลือของมหาวิทยาลัย เครือข่ายนักศึกษาพอใจระดับหนึ่ง แต่เป็นห่วงและกังวลมาตรการดังกล่าว ยังไม่ทั่วถึง เทียมเท่า และไม่พอเพียง อยากให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้พิจารณาทบทวนมาตรการดังกล่าวอีกครั้ง ประเด็นที่ 2 กรณีนักศึกษาถูกข่มขู่จากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น อยากให้ผู้บริหารชี้แจงและขอโทษกรณีดังกล่าว หากมีการขอโทษอย่างเป็นทางการ เครือข่ายนักศึกษา ไม่ติดใจเรื่องดังกล่าวอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้น นพ.นิเวศน์ พร้อมผู้บริหาร ได้แถลงข่าวชี้แจงเรื่องดังกล่าวว่า มีสื่อบางสำนักกล่าวหาผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจข่มขู่ดำเนินคดีนักศึกษานั้น ไม่เป็นความจริง ผู้บริหารมหาวิทยาลัย รักนักศึกษาที่เคลื่อนไหวเรียกร้องลดค่าธรรมเนียม 30% เหมือนลูกหลาน ไม่ได้คิดว่าเป็นผู้คัดค้านหรือต่อต้านมหาวิทยาลัย ซึ่งผู้บริหารไม่มีความประสงค์ดำเนินคดีกับนักศึกษาอย่างใด กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามานั้น เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย และชี้แจงข้อกฎหมายเท่านั้น ผู้บริหารฯไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องดังกล่าว

ทั้งนี้ การออกแถลงการณ์ของเครือข่ายนักศึกษา มช. มีอาจารย์ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์พร้อมเครือข่ายนักศึกษากว่า 10 คน ร่วมสังเกตการณ์ โดยใช้เวลากว่า 30 นาทีแล้วเสร็จ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นเอเชียยังปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
บทความถัดไปบังคับใช้แล้ว! ราชกิจจานุเบกษาออกประกาศให้กองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่อง ซื้อหุ้นกู้เอกชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดแล้ว