หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯยอมรับ...

ผู้ว่าฯยอมรับหนักใจ ปชช.กว่า 1,400 คนจากภูเก็ต ทะลักเข้ากระบี่

1.05.20 | 14:52 น.

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ถนนเพชรเกษมขาเข้าเมืองกระบี่ บริเวณด่านตรวจคัดกรองโควิด-19 ต.เขาคราม อ.เมืองกระบี่ จนท.ทั้งฝ่ายปกครอง สสจ.กระบี่ และ อสม. ต้องทำหน้าที่อย่างหนัก หลังจาก จ.ภูเก็ต มีมาตรการปล่อยคนต่างจังหวัดกลับบ้านได้เป็นวันแรกจำนวน 5,000 คน โดยตั้งแต่ช่วงเช้าพบว่ามีรถยนต์เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองกระบี่มากกว่า 1,000 คัน ผู้คนเดินทางผ่านด่านแล้วกว่า 2,000 คน ซึ่ง จนท.ต้องตรวจคัดกรองอุณภูมิร่างกายอย่างละเอียด จนทำให้การจราจรติดขัด รถติดยาวบนถนนเพชรเกษมขาเข้าหลาย กม. เนื่องจากเป็นเส้นทางผ่านไปในหลายจังหวัด อาทิ นครศรีธรรมราช ตรัง สตูล สงขลา พัทลุง เป็นต้น โดยกระบวนการคัดกรองสำหรับผู้ที่เป็นชาว จ.กระบี่ และเดินทางกลับเข้ามา จนท.จะนำตัวมาทำบันทึกเข้าสู่ระบบ รวมถึงแสดงเอกสาร ว่าจะเดินทางไปยังพื้นที่ใด เพื่อให้ จนท.อสม.ในแต่ละพื้นที่ รวมถึงกำนัน ผญบ. ติดตามสังเกตอาการหลังจากนี้ โดยให้คนเหล่านี้ต้องกักตัวเองอยู่บ้านอย่างน้อย 14 วัน ตามมาตรการป้องกัน ซึ่งในส่วนของ จ.กระบี่ พบว่ามีประชาชนที่ลงทะเบียนเดินทางกลับจาก จ.ภูเก็ต เข้ามายัง จ.กระบี่มากถึง 1,472 คน


ด้าน พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า กรณีที่มีคนเดินทางกลับจาก จ.ภูเก็ต เข้าสู่ จ.กระบี่ ทางจังหวัดรับแจ้งตัวเลขผู้ลงทะเบียนไว้ว่าจะเดินทางกลับบ้านใน จ.กระบี่ มากกว่า 1,400 คน ซึ่งยอมรับว่าเป็นกังวลในเรื่องการป้องกันการแพร่ระบาด โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ค่อนข้างกังวลกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ จ.กระบี่ มีมาตรการที่เข้มข้น จนเราแทบไม่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมาเกือบ 20 วันแล้ว แต่สำหรับผู้ป่วย 2-3 รายหลังที่พบ เป็นการพบโดยการใช้มาตรการเชิงรุกในการค้นหาผู้ป่วย อย่างกรณีผู้ป่วยหญิงรายที่ 20 บนเกาะพีพี ซึ่งเป็นพนักงานโรงแรม มีอาการติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการป่วย ซึ่งกลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้ถือเป็นกลุ่มที่อันตรายที่สุด เพราะหากไม่มีการรุกตรวจถึงตัวก็จะไม่พบว่าติดเชื้อ

ผู้ว่าฯกระบี่ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามเมื่อมีการปล่อยผู้คนเดินทางกลับเข้ามาใน จ.กระบี่ แล้ว ก็ต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นเหมือนเดิม ในการควบคุมการแพร่ระบาด โดยจะใช้ จนท.ฝ่ายปกครอง ร่วมกับ อสม.ในแต่ละพื้นที่เป็นหลัก ในการเฝ้าระวังกลุ่มคนที่เข้ามาใหม่ หลังจากนี้ในแต่ละพื้นที่ อาจจะมีการปรับรูปแบบการทำงานของด่านตรวจตามชุมชนต่าง ๆ ให้ปรับกำลัง จนท.อสม.ไม่ต้องประจำที่ด่านตรวจ แต่ให้ไปทำงานเชิงรุกแทน โดยลงพื้นที่พบกลุ่มเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ แต่ให้คงไว้เฉพาะด่านตรวจตามแนวรอยต่อจังหวัด และอำเภอ ในส่วนของการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามประกาศของ ศบค.ที่ผ่อนปรนธุรกิจ 6 กลุ่ม แต่ให้อยู่ในมาตรการที่เราบังคับ ส่วนมาตรการอื่น ๆ ยังคงบังคับใช้อย่างเข้มข้นเหมือนเดิม เพราะต้องการให้กระบี่ ปลอดเชื้อโดยเร็วที่สุด