บุกจับ-ยึดพื้นที่ป่าเขาค้อกว่า 100 ไร่ มูลค่า 7.1 ล้าน หลังนายทุนใต้ฮุบทำไร่ผลไม้

บุกจับ-ยึดพื้นที่ป่าเขาค้อกว่า 100 ไร่ มูลค่า 7.1 ล้าน หลังนายทุนใต้ฮุบทำไร่ผลไม้

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. ร่วมกับนายอัครชัย อาสุ ผอ.สจป.4 สาขาพิษณุโลก บูรณาการหน่วยงาน ประกอบด้วย ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ นำโดยนายสมชาย ฉิมแย้ม, กอ.รมน.จังหวัด พ.ช., สจป.4 สาขาพิษณุโลก, ศูนย์ป่าไม้เพชรบูรณ์, หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้อำเภอเขาค้อ, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.2 (เขาค้อ) และเจ้าหน้าที่ทหาร ศอป.โครงการลุ่มน้ำเข็ก ภายใต้การอำนวยการของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า และ พล.ท.เรืองสิทธิ์ มิตรภานนท์ ผอ.ศปป.4 กอ.รมน. มอบหมายให้ได้ร่วมกันตรวจสอบพื้นที่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 พฤษภาคม ตามที่ได้รับแจ้งว่า มีการบุกรุกและครอบครองพื้นที่ป่าจำนวนมาก โดยนายทุนจากต่างถิ่น บริเวณป่าหลังบ้านสะเดาะพง หมู่ 2 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาปางก่อและป่าวังชมภู ท้องที่หมู่ 2 ต.สะเดาะพง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า บริเวณป่าท้ายบ้านสะเดาะพง ติดกับทางหลวงสายนางั่ว-สะเดาะพง พบพื้นที่ป่าถูกบุกรุกแผ้วถางทำการเกษตร โดยปรากฏไม้ยืนต้นและพืชล้มลุก เช่น ลิ้นจี่, แมคคาเดเมีย, สตรอเบอรี่, กะหล่ำปลี ซึ่งขณะตรวจสอบได้พบบุคคล 2 คน ในที่เกิดเหตุ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้สอบปากคำไว้เป็นหลักฐานโดยให้การว่า ที่ดินที่ดูแลเป็นของนายทุนมาจากภาคใต้ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และจากการใช้อุปกรณ์ตรวจรังวัด พบพื้นที่ถูกบุกรุกเนื้อที่ 105-0-56 ไร่ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาปางก่อและป่าวังชมภู จำแนกเป็นพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 3 ตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศปี พ.ศ.2545 มีร่องรอยการใช้พื้นที่ทำการเกษตร และตรวจสอบกับภาพถ่ายจากดาวเทียมปี พ.ศ.2560 สภาพพื้นที่แสดงลักษณะทำการเกษตร

ตรวจสอบข้อมูลการสำรวจขึ้นทะเบียน ปรากฏว่า บริเวณพื้นที่ตรวจสอบไม่ปรากฏผลการสำรวจรังวัด/ขึ้นทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 แต่ตรวจสอบข้อมูลพบว่า พื้นที่บางส่วนทับซ้อนแปลง รอส. จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 7-0-00 ไร่ เจ้าของแปลงเดิมชื่อได้ผิดเงื่อนไขเนื่องจากขายเปลี่ยนมือให้กับนายทุนรายใหม่

จากการตรวจสอบพื้นที่และการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้อง คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันพิจารณาและมีความเห็นว่า พื้นที่ตรวจสอบ อยู่ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 เคยได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้ใช้พื้นที่ป่าไม้ถาวร ป่าหมายเลข 22 ในปี พ.ศ.2521 เพื่อให้ประชาชนอยู่อาศัยและประกอบอาชีพ และกรมป่าไม้ได้แจ้งแนวทางปฏิบัติให้ผู้รับอนุญาตขออนุญาตใช้พื้นที่ หากยังมีความประสงค์ที่จะใช้พื้นที่ดังกล่าวต่อไป จะต้องยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์ต่อกรมป่าไม้อีกครั้งหนึ่ง ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 โดยทันที ตามหนังสือกรมป่าไม้ที่ กส.0711/8551 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2522

ทั้งนี้ เมื่อได้มีการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาปางก่อและป่าวังชมภู ในปี พ.ศ.2529 กองทัพภาคที่ 3 ไม่ได้ยื่นขออนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าสงวนฯ และได้ส่งมอบคืนพื้นที่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 เป็นต้นมา ทำให้บริเวณพื้นที่ตรวจสอบเป็นพื้นที่ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 แต่อย่างใด

การที่นายทุนรายนี้ได้ซื้อที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติต่อจากเจ้าของที่ดินแปลงเดิม ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เคยสำรวจไว้ตามแนวทางของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 จึงทำให้นายทุนรายนี้ถือว่าเป็นผู้บุกรุกใหม่ และเจ้าของเดิมถือว่าไม่ประสงค์ที่จะรับการช่วยเหลือเรื่องที่ดินทำกินจากทางราชการแล้ว ตามนัยหนังสือกรมป่าไม้ที่ ทส 1605.32/ 9560 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2557 รวมทั้งการยึดถือครอบครองพื้นที่บางส่วนในเขตป่าสงวนแห่งชาติในบริเวณตรวจสอบโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมจำนวน เนื้อที่ 105-0-56 ไร่

เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ป่าถูกบุกรุกยึดถือครอบครอง จำนวน 105-0-56 ไร่ คิดค่าเสียหายของรัฐเบื้องต้นเป็นเงิน 7,175,197.29 บาท โดยกล่าวหาว่ากระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54, มาตรา 55 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2559 มาตรา 14 และมาตรา 31 มาตรา 26/4 จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกส่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยมอบหมายให้นายสมชาย ฉิมแย้ม เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ และให้นายบุญสม โตแทนสมบัติ เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.2 (เขาค้อ) เป็นพยาน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โฮมโปร ร่วมกับ หน่วยงานราชการ จังหวัดลพบุรี
บทความถัดไปจนท.พิทักษ์ป่า หลังปะทะกลุ่มพรานล่าสัตว์ ป่าห้วยประดู่