เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ กล่าวว่า ขอเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานรัฐ เร่งช่วยประชาชนแก้ภัยแล้งเพื่อเป็นการลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 โดยให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ใม่ว่าจะเป็นการจัดหาน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค การขุดเจาะน้ำบาดาล การจัดหาแหล่งน้ำผิวดิน ทุกหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนที่กำหนดไว้อย่างเร่งด่วน

ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวเพิ่มเติมถึงความก้าวหน้าโครงการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/2563 ตามมติคณะรัฐมนตรี 7 ม.ค.63 เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค ในพื้นที่เป้าหมาย 44 จังหวัด ขณะนี้ได้ดำเนินการแล้ว 715 แห่ง ทำให้เพิ่มปริมาณน้ำบาดาล 37.45 ล้าน ลบ.ม./ปี ประชาชนได้รับประโยชน์จากน้ำบาดาล 118,609 ครัวเรือน เพิ่มปริมาณน้ำดิบผลิตประปา 50.25 ล้าน ลบ.ม./ปี ผู้ใช้น้ำประปาเพิ่มขึ้น 183,192 ราย มีน้ำประปาสำรอง 0.70 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งได้ดำเนินการใน 2 จังหวัด คือ จังหวัดพะเยา และจังหวัดขอนแก่น ทั้งนี้ โครงการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ส่วนโครงการที่ดำเนินการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ได้รับจัดสรรงบประมาณแล้ว จำนวน 454 โครงการ ผลการดำเนินงานในปัจจุบันสามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้ 23.7749 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่รับประโยชน์ 59,502 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 23,771 ครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณอยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อให้ทันเก็บกักน้ำในฤดูฝนนี้ ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าเร่งด่วนนั้น ปัจจุบันได้มีการจัดส่งเครื่องสูบน้ำ 551 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 120 คัน รถบรรทุกน้ำ 25.7 ล้านลิตร ปริมาณสูบน้ำ 293 ล้าน ลบ.ม รวมถึงการแจกจ่ายน้ำให้กับประชาชนแล้วกว่า 61 ล้านลิตร


สำหรับในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) พล.อ.ประวิตร ได้มอบหมายให้ พล.ร.อ.พิเชฐ ตานะเศรษฐ คณะทำงาน ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมบริเวณ อ่างเก็บน้ำประแสร์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เพื่อประชุมติดตามการแก้ปัญหาภัยแล้งภาคตะวันออกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยพล.ร.อ.พิเชฐ ได้กล่าวในที่ประชุมว่า “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญ และห่วงใยในการบริหารจัดการน้ำสำหรับทุกภาคส่วน ขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันทำงานเพื่อให้ประชาชน และภาคอุตสาหกรรมมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ” หลังจากนั้น ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างระบบสูบกลับชั่วคราว คลองสะพานเติมอ่างเก็บน้ำประแสร์ ระยะทาง 2.8 กม. เพื่อเสริมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำประแสร์ อัตราการสูบ 170,000 ลบ.ม. ต่อวัน และสามารถกักเก็บน้ำไว้ในสำหรับภาคเกษตรกรรม และภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งอ่างเก็บน้ำประแสร์จะเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการ

