เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ต.ท.ประยุทธ คำบอนพิทักษ์ สว.สอบสวน สภ.น้ำพอง ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดเหตุคนถูกฆาตกรรมจนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านพักหลังหนึ่งใน ต.พังทุย อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับ พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ ผกก.สภ.น้ำพอง, แพทย์เวร รพ.น้ำพอง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 ขอนแก่น
ในที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณพื้นดินหน้าบ้าน ทราบชื่อต่อมาคือ นางบุญมี จันทร์ภิรมย์ หรือติ๋ม อายุ 57 ปี เจ้าของบ้าน นอนเสียชีวิตในสภาพหงาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีชมพู ใส่กางเกงขายาวสีเทา ใบหน้าซีกขวาถูกทุบด้วยของแข็งจนเละ ฟันหลุด มีสุนัขที่ผู้ตายเลี้ยงไว้หลายตัวนอนเฝ้าศพ ใกล้กับศพพบมีดสปาร์ตาเปื้อนเลือดตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน
ใกล้กับจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบเปลสนามวางอยู่ โดยมีคราบเลือดบริเวณด้านบนเปล และกองเลือดใต้เปล มีโทรศัพท์มือถือวางอยู่บนเปล 1 เครื่อง ลำโพงบลูทูธ และพวงกุญแจตกอยู่ข้างเปล เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดตามขั้นตอนของการชันสูตร เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 ชม. จึงส่งศพไปทำการชันสูตรที่สถาบันนิติเวช รพ.ศรีนครินทร์
นายปารเมศ นามมา อายุ 48 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน กล่าวว่า ผู้ตายเคยมีครอบครัว แต่เลิกกันนานแล้ว ต่อมามีสามีใหม่ อาชีพขายของตามตลาดนัด แต่สามีเสียชีวิตเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา จากนั้นผู้ตายก็อาศัยอยู่ที่บ้านเพียงลำพัง โดยยึดอาชีพเป็นหมอนวดแผนโบราณ หานวดตามหมู่บ้านและสถานที่ต่างๆ จนกระทั่งเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาได้มีชาย ทราบเพียงชื่อเล่นว่า นายเป้ รูปร่างผอม สูงประมาณ 170 ซม. ตัดผมรองทรง มาหาผู้ตายที่บ้าน โดยผู้ตายบอกกับเพื่อนบ้านว่า นายเป้เป็นนักดนตรีเปิดหมวกตามตลาดนัดและถนนคนเดิน เป็นลูกเลี้ยงที่สามีเคยเลี้ยงดูมา จะมาอาศัยอยู่ด้วย เนื่องจากในช่วงของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นายเป้ไม่สามารถร้องเพลงได้

นายปารเมศกล่าวว่า ผู้ตายเคยไปบอกกับกำนันและผู้นำชุมชนว่านายเป้ป่วยเป็นโรคทางประสาท กินยาจิตเวชประจำ ชาวบ้านหลายคนที่รู้จึงได้ตักเตือนว่าไม่ควรให้มาอาศัยอยู่ด้วย เพราะจะเกิดอันตรายกับชาวบ้าน แต่นางติ๋มบอกว่าคนบ้าฆ่าคนไม่มีความผิด และไม่กลัว ทุกคนจึงปล่อย และเฝ้าดูอยู่ห่างๆ ซึ่งตั้งแต่นายเป้มาอยู่ด้วย ที่บ้านของผู้ตายจะมีการดื่มกิน เปิดเพลงเสียงดัง ตั้งแต่ช่วงเย็นจนดึกดื่น ชาวบ้านมาบอกกล่าวก็ถูกไล่ตะเพิด บางรายถึงขั้นถูกผู้ตายถือมีดสปาร์ตาข่มขู่ เพื่อนบ้านจึงไม่ใส่ใจ
“ก่อนที่จะถูกฆ่าตายนั้น ช่วงกลางวันของวันที่ 8 พ.ค. พบว่าผู้ตายออกจากหมู่บ้านไปนวดให้ลูกค้า ที่บ้านจึงเหลือเพียงนายเป้ ที่คอยเลี้ยงสุนัขและดูแลบ้าน ช่วงเย็นกลับจากไปนวดให้ลูกค้าก็ซื้อสุรามาดื่มที่บ้านกับลูกเลี้ยง และเปิดเพลงเสียงดังลั่น ประมาณ 3 ทุ่ม ผู้ตายเดินไปหาเพื่อนบ้าน พร้อมกับบอกว่าให้ไปไล่นายเป้ ลูกเลี้ยงออกจากบ้านให้ด้วย แต่เพื่อนบ้านเห็นว่าเมาจึงได้แต่ปลอบใจว่าสร่างเมาแล้วค่อยคุยกันดีๆ คุยตอนเมาจะไม่รู้เรื่อง ผู้ตายจึงเดินกลับมาที่บ้าน จากนั้นเพื่อนบ้านข้างเคียงก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน และเสียงเพลงก็เปิดดังขึ้นกว่าปกติ จนรุ่งเช้า ชาวบ้านจึงพบนางติ๋มเป็นศพถูกฆ่าตายอยู่ที่ลานดินหน้าบ้าน ส่วนนายเป้ได้หายตัวไปแล้ว” นายปารเมศกล่าว
พ.ต.อ.อนุศักดิ์กล่าวว่า จากการสอบถามชาวบ้านต่างก็ให้ข้อมูลตรงกันว่าผู้ตายไม่มีสามี และอาศัยอยู่ที่บ้านเพียงลำพัง แต่ในช่วงอาทิตย์กว่าๆ มีชายอีกคนมาอาศัยอยู่ด้วย ชาวบ้านทราบข้อมูลเพียงว่าเป็นลูกเลี้ยงของสามี ที่ได้มาอยู่กับผู้ตายและมักจะมีการดื่มกินที่บ้านในช่วงเย็นจนถึงค่ำมืดเกือบทุกวัน ผู้นำชุมชนต้องคอยมาตักเตือน เนื่องจากเมื่อผู้ตายดื่มสุราแล้วนิสัยก็จะเปลี่ยนไป จนมีเรื่องทะเลาะกับชาวบ้าน แต่เมื่อถูกฆ่าตาย ชาวบ้านต่างก็สงสัยว่าคนที่ลงมือก่อเหตุน่าจะเป็นลูกเลี้ยง เพราะหลังพบศพผู้ตาย ลูกเลี้ยงก็หายตัวไปพร้อมกีตาร์
พ.ต.อ.อนุศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่หาเบาะแสของคนร้าย รวมถึงเบาะแสของลูกเลี้ยงรายนี้ด้วยเช่นกัน ส่วนประเด็นที่ถูกฆ่าตายนั้นอาจจะเกิดจากปัญหาในครอบครัว และการทะเลาะวิวาทในวงสุรา

