เจ้าของขนมจีบมรณะพานักข่าวดูสถานที่ผลิต ยืนยัน สะอาด-ชิมก่อนขาย ไม่เชื่อทำให้คนตาย

จากกรณีมีชาวบ้านกินขนมจีบที่ซื้อจากแม่ค้าเร่ขี่รถ จยย.มาขายเกือบ 20 ราย เกิดอาการท้องเสียอย่างรุนแรง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายแห่ง และมีหญิงสูงอายุ วัย 66 ปี ท้องเสียอย่างรุนแรงก่อนเสียชีวิต นั้น ล่าสุด เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 11 พฤษภาคม ที่ตำบลเกาะไร่ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นบ้านที่ทำขนมจีบส่งขายให้กับ น.ส.มิ้นท์ โดยนางสุวรรณี รูปโลก อายุ 55 ปี คนทำขนมจีบส่งขายให้กับแม่ค้าคนกลาง ได้พาทีมข่าวไปดูสถานที่ที่ทำขนมจีบภายในบ้าน พร้อมยืนยันว่าทุกกระบวนการทำด้วยความสะอาดและมีการป้องกันเป็นอย่างดี

ขอบคุณภาพจากข่าวสด

นางสุวรรณีกล่าวว่า ตนทำขนมจีบไก่มานานเกือบ 10 ปีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาก็ทำส่งขายไปหลายเจ้า แต่ช่วงนี้ด้วยสถานการณ์โควิด-19 จึงไม่ได้ไปตั้งขายที่ตลาด ทำให้ น.ส.มิ้นท์มารับขนมจีบจากที่บ้านไปขาย โดยในช่วงวันพุธที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา น.ส.มิ้นท์ได้มารับขนมจีบจากที่บ้านไปจริง จำนวน 10 กล่อง ในช่วงเวลา 6 โมงเช้า และมารับอีกครั้งหนึ่งในช่วงเวลาประมาณ 9 โมงเช้าวันดังกล่าวอีกจำนวน 5 กล่อง ก่อนที่ตนจะหยุดขายไปหลังจากนั้นเพราะไม่สบาย

ขอบคุณภาพจากข่าวสด

นางสุวรรณีบอกอีกว่า ตนขายให้กับ น.ส.มิ้นท์มานาน 1-2 ปีแล้ว โดยยืนยันว่าขนมจีบที่ตนทำไม่ใส่สารกันบูด ซึ่งคนแถวบ้านก็กินกันเกือบทุกคนและไม่มีใครมีปัญหาอะไรเลย มีเพียงเคสของ น.ส.มิ้นท์เพียงคนเดียวที่ซื้อไปในวันพุธที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา รวมไปถึงเรื่องของน้ำจิ้มที่ทำก็ทำเพียงหม้อเล็กๆ ใส่ส่วนผสมตามปกติ และเต็มที่ก็เก็บไว้นานสุดไม่ถึง 2 วัน ซึ่งมีการชิมก่อนขายทุกครั้งด้วย ส่วนตัวไม่เครียด เพราะตนไม่ได้ทำอะไรผิด พร้อมยินดีให้ตรวจสอบ โดยขั้นตอนการผลิตที่ผ่านมายืนยันว่าสะอาด ปลอดภัย และใส่ถุงมือเป็นอย่างดีด้วย ซึ่งปกติจะทำขายวันละประมาณ 40-50 กล่อง กล่องละ 7 ลูก และจะขายส่งในราคากล่องละ 17-18 บาท

ด้านนางขนิษฐา เพ็ญศรี อายุ 70 ปี ซึ่งเป็นผู้ช่วยทำขนมจีบ บอกว่า เจ้าของร้านจ้างตนมาช่วยทำขนมจีบ ซึ่งจะทำกันเพียง 2 คน โดยให้ค่าจ้างวันละ 200 บาท และการทำขนมจีบจะมีการทำแบบสดใหม่วันต่อวัน โดยในแต่ละวันจะเริ่มเตรียมวัตถุดิบตั้งแต่ช่วงบ่ายโมง จากนั้นจะเริ่มทำตั้งแต่ช่วงเย็น ซึ่งกว่าจะนึ่งเสร็จก็ช่วงเวลาประมาณตี 3 ก่อนที่ลูกค้าจะมารับขนมจีบในช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 6 โมงที่ผ่านมา

โดยส่วนประกอบน้ำจิ้ม ประกอบด้วย น้ำส้มสายชู, ซอสฝาเขียว, ซีอิ๊วขาว, น้ำตาลปี๊บ, น้ำตาลทราย และพริกขี้หนู พร้อมยืนยันว่าทั้งขนมจีบและน้ำจิ้มนั้นสะอาด ไม่มีการใส่วัตถุกันเสียใดๆ และก่อนทำทุกครั้งจะมีการล้างมืออย่างดี และมีการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังมีการสวมถุงมือทุกครั้ง ซึ่งหลังจากที่ทราบข่าวว่ามีคนเข้าโรงพยาบาลและคนเสียชีวิตตนก็รู้สึกเสียใจ แต่ยังไม่เชื่อว่าสาเหตุมาจากขนมจีบ จึงต้องรอการตรวจสอบเสียก่อน

ขณะที่นางวนิดา วงศ์สวัสดิ์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ที่กินขนมจีบล็อตสุดท้ายในวันพุธที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา บอกว่า ตนกินขนมจีบเจ้านี้มาตลอด โดยวันพุธที่ผ่านมาทางร้านทำขนมจีบแล้วมันเหลือ จึงได้แบ่งให้ตนกิน ซึ่งตนก็กินปกติ แต่ไม่มีอาการปวดท้อง ท้องเสีย หรือเป็นอะไรเลย รวมไปถึงคนในละแวกนี้ก็เช่นเดียวกัน โดยพอเห็นข่าวว่ามีคนกินแล้วป่วยและเสียชีวิต ตนก็มองว่าอาจจะเป็นที่สาเหตุอื่นหรือไม่ หรืออาจจะเป็นเพราะว่า น.ส.มิ้นท์ไปรับเจ้าอื่นมาแล้วมาขายหรือไม่ เพราะว่าทางร้านนี้เขาปิดร้านตั้งแต่วันที่ 7-8 พฤษภาคมแล้ว

**ขอบคุณข้อมูลและภาพจากข่าวสด**

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เมืองกาญจน์-สระแก้ว ตั้ง “ตู้ปันสุข” ชวนคนมีร่วมบริจาค คนไม่มีเชิญหยิบแต่พอดี
บทความถัดไปศึกพรรคร่วมฯ จุดไฟอีกครั้ง “แรมโบ้” ข่ม “เทพไท” หยุดแสดงความเห็นบ้างสักเรื่อง