ผวจ.นราฯ สั่งเร่งดับไฟป่าไหม้สวนปาล์ม 20 ไร่ หวั่นกระทบมหา’ลัย-รพ.สนามโควิด-19

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นราธิวาส ระดมกำลังจาก 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย 1.อบต โคกเคียน สนับสนุนรถบรรทุกน้ำ 1 คัน รถดับเพลิง 1 คัน 2. อบต ลำภู สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ จำนวน 2 เครื่อง 3. เทศบาลเมืองนราธิวาส สนับสนุนรถบรรทุกน้ำ 1 คัน 4.อบต บางปอ สนับสนุนรถดับเพลิง 1 คัน. 5.หมวดปืนเล็กที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ 33 สนับสนุนรถดับเพลิง 1 คัน 6.หน่วยพิทักษ์ภัย อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อปพร.จ.นราธิวาส สนับสนุนโดรน 2 ลำ และ 7.หน่วยควบคุมไฟป่า สนับสนุนเครื่องสูบน้ำจำนวน 2 เครื่อง ร่วมปฎิบัติการณ์ดับไฟป่าไหม้สวนปาล์ม ในพื้นที่ บ.บือราเป๊ะ ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส

 

โดยเจ้าหน้าที่กว่า 30 คน รุดลงพิ้นที่เกิดเหตุไฟไหม้สวนปาล์มบริเวณดังกล่าว ตั้งแต่เย็นวานนี้ โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมสรรพกำลังตลอดจนรถดับเพลิงและเครื่องสูบน้ำเข้าทำการระงับเหตุ แต่ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟได้ ซึ่งล่าสุดเปลวไฟได้ลุกลามอย่างต่อเนื่องในสวนปาล์มประมาณ 20 ไร่

เบื้องต้นพบว่าสาเหตุเกิดมาจากมีกลุ่มวัยรุ่นจำนวนหนึ่งลักลอบเข้าไปต้มน้ำกระท่อมในสวนปาล์มแห่งนี้ ซึ่งเป็นสวนปาล์มของเอกชน เมื่อแล้วเสร็จ กลุ่มวัยรุ่นไม่ได้ดับไฟให้สนิทจนเปลวไฟเกิดปะทุขึ้นมา และลามไปทั่วบริเวณกว่า 20 ไร่

ด้านนายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้สั่งการไปยังนายไพศาล ขุนศรี ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.นราธิวาส ระดมกำลังทำการดับไฟในสวนปาล์มอย่างต่อเนื่อง หากเกิดสถานการณ์ที่ยากต่อการควบคุม จะได้มีการแจ้งไปยังมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์และ รพ.กัลยาณิวัฒนา การุณย์ ซึ่งเปิดเป็น รพ.สนามในการรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ขณะนี้มีผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 และพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยบาลจำนวน 5 ราย ให้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยรวมทั้งบุคลากรได้ทันท่วงที

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่าเปลวเพลิงที่เกิดขึ้นในสวนปาล์มซึ่งอยู่ด้านหลังของมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ไม่น่าจะลุกลามไปถึงอาคารสำนักงานและโรงพยาบาลได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผว.กทม.ขอปชช.คงมาตรการสกัด “โควิด-19” อีก 14-21 วัน กำชับ จนท.เข้มจุดผ่อนปรน
บทความถัดไปพิษโควิด ทำผลประกอบการประจำปีของโซนี กำไรหด 36.5% งดคาดการณ์ปีนี้