ปฏิรูปที่ดินลับแลยัน ไม่จัดสรรได้ หลังขัดแย้งบนที่บึงกะโล่ เผยนายทุนกร่างบุกขู่ฟ้อง

วันที่ 21 กรกฎาคม นายรัฐกรณ์ บกแก้ว ปฏิรูปที่ดินจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวถึงกรณีประชาชนเข้าไปบุกรุกที่ดินที่อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) บริเวณบึงกะโล่ ต.ป่าเซ่า ต.คุ้งตะภา อ.เมืองอุตรดิตถ์ ว่า มีการบุกรุกจากกลุ่มนายทุน ญาติของนักการเมือง และชาวบ้านที่อยู่นอกพื้นที่ราว 60 รายเศษจริง ขณะเดียวกันมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย นำโดยนายสมศักดิ์ หอมเพียร กำนัน ต.เซ่า นายไพรฑูรย์ พรหมน้อย กำนัน ต.คุ้งตะเภา นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.อุตรดิตถ์ และชาวบ้านทั้ง 2 ตำบลไม่เห็นด้วยและพยายามคัดค้าน ล่าสุดการจัดสรรที่ดินปัจจุบันก็ยังไม่มีการเดินหน้า เพราะคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) อุตรดิตถ์ และคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินอำเภอ (คปอ.) เมืองอุตรดิตถ์ ก็ไม่เห็นด้วยที่จะดำเนินการจัดสรร เพราะเห็นว่าอยู่บนความขัดแย้งของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย
นายรัฐกรณ์กล่าวว่า กลุ่มคัดค้านการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ให้กับนายทุน ญาติของนักการเมืองให้เหตุผล 3 ประการประกอบด้วย ที่ดินเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน จึงไม่ควรออกเอกสารสิทธิ์ให้กับใครหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ประชาชนที่เข้าไปทำกินอ้างว่าไม่มีที่ดินทำกินให้อนุโรมใช้ประโยชน์ได้ แต่หากทางราชการต้องการใช้ประโยชน์ก็พร้อมที่จะมอบพื้นที่คืนให้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับส่วนรวม และผู้ที่เรียกร้องให้จัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.นั้นไม่ใช่เกษตรกรเป็นนายทุนที่มาจากนอกพื้นที่ อย่างไรก็ตามที่ดินที่อยู่ในเขต ส.ป.ก.ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด และนอกพื้นที่ของบึงกะโล่ แม้เฉพาะในบึงกะโล่จะเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิหนังสือสำคัญที่หลวง (นสล.) ก็ตาม แต่โดยอำนาจหน้าที่หรือตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การปฏิรูปที่ดินปี 2518 ปฏิรูปที่ดินสามารถดำเนินการจัดสรรได้ แต่มีความขัดแย้งจึงไม่ดำเนินการต่อ
“คปอ.และ คปจ.มีแนวทางเสนอไปให้กับกลุ่มบุคคลที่เข้าไปทำประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง เพื่อทำการตรวจสอบคุณสมบัติ ส.ป.ก.และการเข้าใช้ทำประโยชน์รายบุคคล เพื่อนำมาทำประชาคมในชุมชนแต่ฝ่ายของผู้บุกรุกไม่ยินยอมไม่ให้ความร่วมมือเลย เพราะเกรงว่าเมื่อทำประชาคมแล้วจะไม่ผ่านการเห็นชอบจากประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากรู้ว่าตัวเองเป็นบุคคลภายนอกไม่เป็นเกษตรกรแต่อย่างใด และเกรงว่าจะพลาดไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินที่เข้าไปใช้ประโยชน์อย่างไม่ถูกต้องหากราชการเข้าไปทำประโยชน์เพื่อการสาธารณะ” นายรัฐกรณ์กล่าว และว่า มีนายทุนที่บุกรุกรายหนึ่งเข้ามาพบ เพื่อทำการข่มขู่ว่าถ้าไม่อยากเดือดร้อนต้องมาเป็นพรรคพวกเขา ไม่เช่นนั้นจะฟ้องร้องให้เดือดร้อนกันหมด
ปฏิรูปที่ดิน จ.อุตรดิตถ์ กล่าวอีกว่า การข่มขู่ของนายทุนครั้งนั้น ไม่ได้เกรงกลัวอะไรแต่พยายามบอกไปว่า หากทำอะไรที่เป็นสิทธิหน้าที่ทำได้ก็ทำไป แต่ตนจะทำเรื่องที่ถูกต้องไม่ทำเรื่องผิดให้ถูกอย่างแน่นอน จะให้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ คปจ.และ คปอ.คงไม่สามารถทำได้ เพราะจะกลายเป็นเรื่องที่ถูกมองว่ามีเรื่องผลประโยชน์หรือไม่ อีกทั้งผู้บังคับบัญชาระดับสูงเองก็แนะนำว่า กลุ่มนายทุนที่เข้าไปบุกรุกอย่างไม่ถูกต้องอย่าเพิ่งเข้าไปดำเนินการสิ่งใด พยายามเจรจาเพื่อหาข้อยุติแบบวิธีละมุนละม่อมจะดีกว่าที่จะให้ปัญหาลุกลามบานปลายออกไป
“การที่นายทุนนำคำพิพากษาของศาลปกครอง จ.พิษณุโลกมายืนยันกับทางเจ้าหน้าที่เพื่อจะให้จัดสรรที่ดินให้กับกลุ่มของตัวเองนั้นไม่น่าจะตรงกับข้อเท็จจริง เพราะเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2558 ศาลปกครอง จ.พิษณุโลก มีคำพิพากษาว่า ให้ยกเลิกมติของ คปจ.ที่ให้ชะลอการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.พร้อมให้ปฏิรูปที่ดิน จ.อุตรดิตถ์ จัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.บริเวณบึงกะโล่ตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินปี 2518 ไม่ได้ระบุว่า ให้จัดสรรที่ดิน ส.ป.ก.ให้กับกลุ่มผู้ร้องหรือกลุ่มของนายทุนแต่อย่างใด ดังนั้นวันนี้จึงยังไม่มีแนวโน้มที่จะจัดสรรที่ดินให้กับกลุ่มคนที่เข้าไปใช้ประโยชน์อย่างไม่ถูกต้องแน่นอน” นายรัฐกรณ์กล่าว
วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมพงษ์ สถาปนศิริ พร้อมกกลุ่มราษฎรที่ทำกินในเขต ส.ป.ก.ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมรอบบึงกะโล่จำนวน 37 ราย ยื่นหนังสือถึงนายรัฐกรณ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าการออกเอกสารสิทธิ์ให้ ซึ่งนายรัฐกรณ์มอบให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรับเรื่องไว้เพื่อดำเนินการต่อ
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image