หน้าแรก ภูมิภาค สั่งเด้ง! สอบ...

สั่งเด้ง! สอบวินัยจนท.อุทยานถ้ำหลวง ตุ๋น 70,000 ฝากทำงาน เจ้าทุกข์ไม่ติดใจเอาความหลังได้เงินคืน (ชมคลิป)

25.05.20 | 19:02 น.

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 จากกรณีมีผู้เสียหาย 2 ราย เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย จ.เชียงราย และ สภ.เมืองเชียงราย เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ชาย 1 คนและหญิง 1 คน  ทำงานในอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในข้อหา “ฉ้อโกง” เนื่องจากเรียกรับเงินรายละ 70,000 บาท โดยอ้างว่าเพื่อแลกกับการช่วยให้เข้าทำงานในอุทยานฯถ้ำหลวง

ล่าสุด พ.ต.ท.หญิงชลธิชา ธรรมสอน สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย ได้รับแจ้งความจากเจ้าทุกข์ที่เป็นชายอายุ 27 ปีชาว อ.เชียงของ จ.เชียงราย ว่า หลังเจรจากับเจ้าหน้าที่ชายและหญิงคู่ดังกล่าวทำให้ได้รับการโอนเงินคืนครบทั้ง 70,000 บาทแล้ว

แฟนสาวของเจ้าทุกข์ กล่าวว่า หลังมีผู้ติดต่อโดยอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่ในอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ สามารถช่วยให้ทำงานได้แฟนหนุ่มของตนจึงลาออกจากงานแล้วนำเงินที่เก็บจ่ายให้แต่เมื่อทราบว่าถูกหลอกก็พยายามเจรจา ปรากฎว่าเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้โอนเงินคืนให้แฟนของตนทั้งหมดแล้ว โดยส่วนตัวไม่ติดใจเอาความใดๆ แต่ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ขอเตือนผู้ที่อาจตกเป็นเหยื่อ ให้ระมัดระวัง อย่าหลงเชื่อเพราะอาจถูกหลอกเหมือนกับแฟนตนไม่เช่นนั้นจะเดือดร้อนหนักและอาจไม่โชคดีได้เงินคืนได้

 

Advertisement

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีดังกล่าว ล่าสุด นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย สั่งการให้นายกวี ประสมพล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯรวบรวมข้อมูลเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้หลอกลวงดังกล่าวที่ สภ.แม่สาย และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการทางวินัยและอาญาที่เกี่ยวข้อง

ส่วนคดีดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย ไว้เป็นหลักฐานก่อน นอกจากนี้มีคำสั่งให้ย้ายเจ้าหน้าที่หญิงรายดังกล่าว มาประจำที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย ในช่วงที่มีการตรวจสอบแต่ให้ไปอยู่ที่สวนรุกขชาติโป่งสลี อ.เมืองเชียงราย เป็นการชั่วคราวจนกว่าการสอบสวนข้อเท็จจริงจะแล้วเสร็จ

สำหรับผลการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ ทราบว่ามีขบวนการที่ก่อเหตุหลอกลวงคนว่าสามารถช่วยให้ทำงานในอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯจริง โดยผู้เกี่ยวข้องเป็นหญิง 1 คนและชาย 1 คน ซึ่งฝ่ายชายเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ และเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งๆ

ครั้งแรกช่วงเดือนกันยายน 2562 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีผู้แอบอ้างดังกล่าวเหมือนกันทำให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย มีประกาศแจ้งเตือนมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ไม่ปรากฎตัวผู้เสียหายทำให้เรื่องเงียบหายไป กระทั่งครั้งนี้มีผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ 2 ราย อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ จึงมีการประกาศเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2563 แจ้งข้อเท็จจริงกับประชาชนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พบว่ามีการเปิดตู้ ปณ.ที่ อ.แม่สาย เพื่อให้เจ้าทุกข์ส่งเอกสารเกี่ยวกับขอเข้าทำงานในอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ ด้วย ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้สอบถามเจ้าทุกข์บางรายทำให้มีหลักฐานมากกว่าเดิม ขณะที่นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สั่งการให้นายกมลไชยตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพราะสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์

 

 

นายกมลไชย กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นขบวนการหลอกลวงที่ไม่มีข้อเท็จจริง เพราะปัจจุบันอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ หรือ แม้แต่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 ไม่มีการเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ที่จะให้เข้ามาทำงาน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะรับสมัครคนเข้าไปทำงาน นอกจากนี้เมื่อสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง พบว่าผู้กระทำการดังกล่าวได้เปิดตู้ ปณ.รับเรื่องจากเจ้าทุกข์เอาไว้ด้วยทำให้มีหลักฐาน จึงโยกย้ายเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งให้เวลาคณะกรรมการรายงานผลภายใน 7 วัน ปัจจุบันผ่านมาแล้ว 2 วัน ปรากฎว่า คณะกรรมการต้องใช้เวลารวบรวมพยานจำนวนมากเพราะทราบว่ามีการเปิดกลุ่มไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เกือบ 100 คน จึงขอเลื่อนเวลาออกไปอีกเล็กน้อย ซึ่งผลที่ได้จะนำมาดำเนินการทางวินัยและอาญาตามที่กรมอุทยานแห่งชาติฯจะพิจารณาดำเนินการต่อไป