ถนนพังร่วม 3 ปี ชาวบ้านหนองบัวลำภูเขียนเป็นกลอนโพสต์โซเชียล ยังไม่มีหน่วยงานแก้ไข

ถนนพังร่วม 3 ปี ชาวบ้านหนองบัวลำภูเขียนเป็นกลอนโพสต์โซเชียล ยังไม่มีหน่วยงานแก้ไข

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม จากการที่มีผู้ใช้เพจเฟซบุ๊ก ว่าที่ ร.ต.ดนุพล สุขสงคราม…ได้เขียนสะท้อนถนนพร้อมกับคำกลอนว่า “หน้าฝนแล้ว หน้าฝนเล่า เขาไม่แล ใครจะแก้ ใครจะทำไม่กำหนด โยนกันไปปัดกันมา น่ารันทด ช่วยมาปลดแก้เสี่ยง เลี่ยงอุบัติเหตุ.” #3ปีแล้ว ไร้วี่แววแก้ไขถนนทรายงาม-ดอนเข็ม (ช่วงเลียบลำพะเนียง) ในโลกโซเชียล ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปยังสถานที่บริเวณดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณถนนลาดยาง เส้นทางระหว่างบ้านทรายงาม ตำบลนามะเฟือง มาบ้านข่าใหญ่ ตำบลหัวนา ในพื้นที่ของอำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู พบมีถนนและแผงเหล็กกั้นทางโค้งพังลงไปในลำน้ำพะเนียง เสียหายเป็นทางยาวประมาณ 20 เมตร เป็นจุดที่ทำให้เกิดความหวาดเสียว น่ากลัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากสภาพน้ำกัดเซาะตลิ่งที่ติดกับถนนจนทำให้พื้นผิวลาดยางสไลด์ หล่นลงไปอยู่ในห้วยที่มีความลึกกว่า 10 เมตร และสูงชันด้วย จึงมีความเป็นห่วงต่อสวัสดิภาพของชาวบ้านที่ต้องใช้เส้นทางดังกล่าวสัญจรไปมา โดยเฉพาะรถที่สัญจรเส้นทางไม่คุ้นเคย ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้สูง แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานใดเข้าไปดำเนินการแก้ไข ซึ่งถนนช่วงบริเวณดังกล่าวได้มีการทรุดตัวพังลงลำห้วยมาเป็นเวลานานแล้ว ตั้งแต่เมื่อประมาณเดือนตุลาคม 2561 ซึ่งชาวบ้านก็ได้อาศัยว่าเป็นคนในพื้นที่ คุ้นชินรู้ว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีสภาพถนนชำรุด แต่มีความเป็นห่วง สำหรับผู้ไม่คุ้นเคยเส้นทาง หรือผู้ที่ขับขี่มาด้วยความเร็วคิดว่าสภาพถนนจะเป็นถนนปกติ ก็อาจจะสุ่มเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ และชาวบ้านก็ได้แต่ร้องขอไปยังหน่วยงานภาครัฐ มีการประชุมลงชื่อทำโครงการขอไปหลายหน่วยงานแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันดูแลแก้ไขให้ด้วยก่อนที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สินของชาวบ้านที่ใช้เส้นทางดังกล่าว

สำหรับถนนบริเวณที่เป็นไหล่ทางทรุดตัวพังลงไปในลำห้วยพะเนียง จะมีป้ายตัวบอกเตือนของ อบต.นามะเฟือง ไว้อยู่ห่างประมาณ 100 เมตร กั้นด้วยต้นไม้ขนาดประมาณเท่าแขน นอกจากนั้นช่วงบริเวณถนนที่ริมถนนขาดหายทรุดตัวนั้น ก็เป็นทางโค้งแผงเหล็กทางโค้งและถนนพังทรุดตัวลงไปในลำน้ำและดินยังถูกกัดเซาะเป็นโพรงมายังถนนด้านในทำให้มองเห็นรอยแตกปริอย่างน่ากลัว

หากประชาชนที่สัญจรเส้นทางดังกล่าวไม่คุ้นเคยเส้นทางและขับขี่มาด้วยความเร็ว ก็อาจจะทำให้หลุดโค้งลงไปในลำห้วยที่มีความสูงชันได้ ซึ่งก็มีเพียงไม้มาทำเป็นแผงกั้นห่างๆ ไว้ แต่เมื่อมองไปก็ยังทำให้น่าหวาดเสียว และยังมีรอยแตกร้าวเข้าในถนน คาดว่าหากมีฝนตกต่อเนื่องในช่วงหน้าฝนนี้ยิ่งจะทำให้ถนนช่วงดังกล่าวพังทลายลงไปอีก แต่โชคดีปีที่ผ่านมามีแต่ความแห้งแล้งไม่มีฝน กลัวว่าหากรถวิ่งผ่านไปมาถ้าไม่คุ้นเคยเส้นทาง จะเหยียบถนนแล้วดินทรุดตัวพังลงได้และโดยเฉพาะเวลากลางคืน ไม่มีไฟสัญญาณใดๆ ที่จะบอกเตือนประชาชน จึงเป็นอันตรายที่น่ากลัวจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ชาวบ้านจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาเร่งทำการซ่อมแซมแก้ไขให้ด้วย ก่อนเส้นทางจะเกิดอุบัติเหตุหรือโศกนาฏกรรมต่อชีวิตทรัพย์สินของผู้คนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว ที่ผ่านมาก็มีอุบัติเหตุแล้วหลายครั้งแต่โชคดียังไม่มีผู้ใดถึงกับเสียชีวิต มีเพียงบาดเจ็บเท่านั้น

ทางด้าน นายสมศักดิ์ ธีตระ ผู้ใหญ่บ้านทรายงาม หมู่ 4 ต.นามะเฟือง กล่าวว่า ถนนสายนี้ได้เกิดความเสียหายมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 ส่วนหน่วยงานในพื้นที่ก็มี อบต.มาช่วยทำราวไม้ให้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ทำได้เท่าที่ทำเพราะต้องใช้งบประมาณมาก ชาวบ้านก็ได้มีการประชุมกันทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการช่วยเหลือ ผ่านไปยังหน่วยงานในท้องถิ่น ส่วนอุบัติเหตุรายหนึ่งที่หนักๆ รถมอเตอร์ไซค์หักหลบไม่ทันล้มปากฉีกแต่ไม่ได้ตกลงไปข้างล่าง

นายถวิล บุญกว้าง รองประธานสภา อบต.นามะเฟือง กล่าวว่า ทางหมู่บ้านได้ส่งหนังสือวาระการประชุมร้องมาถึง อบต.นามะเฟือง ซึ่งทาง อบต.ก็ได้ออกไปตรวจสอบพื้นที่และนำเรื่องไปประชุมในสภา มาประชุมแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่ อบต.จะดำเนินการได้ จึงได้จัดทำหนังสือไปยังอำเภอถึงจังหวัดส่งหน่วยงานต่างๆ เคยทำหนังสือไปแล้ว 3-4 ครั้ง ทาง อบต.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ทำหนังสือมาตั้งแต่ปี 2561 ตั้งแต่ตลิ่งเริ่มพังเล็กน้อย อบต.ก็ได้นำไม้มาทาสีทำรั้ว ปัจจุบันหัวหน้าคลัง อบต.นามะเฟือง ซึ่งรักษาการนายก อบต.ได้ทำหนังสือผ่านจังหวัดไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน่วยงานมาดูหลายหน่วยงานแต่ก็ทำไม่ได้ ต้องใช้งบประมาณ 19 ล้านบาท ขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงาน จึงได้แต่รอและหวังว่าจะมีหน่วยงานมาช่วยเหลือเรา

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับสภาพพื้นที่บริเวณดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้เคยมีการนำเสนอข่าวไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2562 เรื่องหลุมบริเวณคอสะพานกับถนนอันตรายตลิ่งพัง หวาดเสียว ซึ่งก็มีหน่วยงานในพื้นที่ทำได้เฉพาะส่วนบริเวณคอสะพานได้นำหินคลุกมาถมให้ ส่วนบริเวณตลิ่งพังนั้น หน่วยงานไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก จึงทำให้สภาพของถนนอยู่ในสภาพดังกล่าว สร้างความหวาดเสียวและอันตรายต่อชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมาจนถึงปัจจุบัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ท่านคิดว่าสภาฯ โดยเฉพาะพรรครัฐบาล ควรสนับสนุนให้ตั้ง กมธ.เพื่อตรวจสอบการใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.หรือไม่
บทความถัดไป‘วิษณุ’ ชี้ ‘ป.ป.ท.’ เสนอตรวจมาตรการสอบการใช้เงิน 3 พ.ร.ก.กู้เงิน จ่อชงเข้า ครม.พิจารณา