วันที่ 23 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากในหลายพื้นที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้ปริมาณน้ำภายในเขื่อนลำแชะ นั้นเริ่มมีระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดมีปริมาณกักเก็บอยู่ที่ 45.84 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 16.67 จากความจุทั้งหมดที่ 275 ล้าน ลบ.ม. จึงทำให้เขื่อนลำแชะได้เริ่มทำการส่งน้ำให้กับเกษตรกรได้ทำการเพาะปลูกข้าวนาปีในเขตชลประทานซึ่งมีพื้นที่ทำนากว่า 9 หมื่นไร่แล้ว ทำให้ชาวนาในพื้นที่ทั้งในเขตชลประทานและนอกเขตชลประทาน เริ่มลงมือไถตีแปลงนาเพื่อเริ่มลงมือเพาะปลูกข้าวนาปีกันอย่างคึกคัก หลังจากที่ต้องรอคอยการเพาะปลูกข้าวมานานกว่าครึ่งปี

นายเริงชัย ลันขุนทด หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำมูลบน-ลำแชะ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำภายในเขื่อนลำแชะ ว่า ล่าสุดหลังจากที่เกิดมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณน้ำภายในเขื่อนเริ่มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และขณะนี้ทางเขื่อนได้เริ่มทำการส่งน้ำให้กับเกษตรกรได้ทำการเพาะปลูกข้าวนาปีในเขตชลประทานซึ่งมีพื้นที่ทำนากว่า 9 หมื่นไร่แล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยทางเขื่อนจึงจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการส่งน้ำให้กับเกษตรกรแบบรายวัน เพื่อบริหารจัดการน้ำให้ได้ดีที่สุด อีกทั้งในพื้นที่ท้ายเขื่อนตามแหล่งน้ำต่างๆก็ยังมีปริมาณน้ำที่มากจากปริมาณฝนที่ตกลงมา ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีความสมดุลกับปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเช่นเดียวกัน

ขณะที่เขื่อนลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ที่มีกำหนดในการจัดส่งน้ำไปช่วยเหลือเกษตรกรในการเพาะปลูกข้าวนาปี ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2559 นั้น จะต้องมีปริมาณน้ำกักเก็บที่เกิน 100 ล้าน ลบ.ม. ล่าสุดมีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 60.737 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 19 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บ 314.49 ล้าน ลบ.ม. แต่อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ในขณะนี้ ทางเขื่อนลำตะคอง ก็ยังคงต้องจัดส่งน้ำออกเขื่อนไปให้กับโรงผลิตน้ำประปาในพื้นที่ท้ายเขื่อน เพื่อทำการผลิตน้ำอุปโภคบริโภคแก่ประชาชน เฉลี่ยอยู่ที่วันละ 345,600 ลบ.ม.

