เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2563 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ มาลงที่โรงเรียนบ้านสานแว้ ต.กกตูม อ. ดงหลวง จ. มุกดาหาร จากนั้นเดินทางต่อไปยัง สภ.กกตูม เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีน้องชมพู่หายไปจากบ้านแล้วถูกพบเสียชีวิตในป่าท้ายหมู่บ้านกกกอก ต.กกตูม อย่างมีเงื่อนงำ โดยมี พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ. ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พ.ต.อ.ชัชชัย วงศ์สุนะ รองผบก.ภ.จว.มุกดาหาร พ.ต.ท.สุริยา นภกรีกำแหง สวญ.สภ.กกตูม พร้อมตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดีจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดมุกดาหาร กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 กองบัญชาการตำรวจนครบาล เข้ารายงานความคืบหน้าคดี
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า การทำงานของชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีในห้วงกว่าสองสัปดาห์ที่ผ่านมา นับแต่มีการพบศพน้องชมพู่มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบและการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้รอบด้านมากยิ่งขึ้น แม้ตำรวจไม่ค่อยมีโชคเนื่องจากเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์จากศพน้องชมพู่ได้น้อย แต่ยังได้พยานหลักฐานด้านอื่นมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งสามารถสอบปากคำพยานบุคคลความผิด แม้บางคนอาจถูกเรียกมาสอบสวนหลายครั้ง เป็นเพราะให้การไม่ตรงกับที่เคยให้การไว้ โดยขณะนี้ ตำรวจรับฟังข้อเท็จจริงในทุกเรื่องกับทุกคนที่ให้ข้อมูลแล้วนำมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ เพื่อรวบรวมเป็นข้อเท็จจริงแล้วดำเนินการพิสูจน์ทราบต่อไปโดยละเอียดต่อไป
ชุดสืบสวนยังคงตั้งประเด็นในการสืบสวนไว้อย่างกว้างๆ โดยไม่ได้ให้แรงจูงใจว่าเกิดจากทางเพศเพียงประเด็นเดียว รวมทั้งไม่ได้คาดการณ์ว่าคนร้ายมีเจตนาทำให้น้องชมพู่เสียชีวิตหรือล่วงละเมิดทางเพศ โดยตำรวจตั้งกรอบไว้อย่างกว้างๆ เพื่อว่าใครสามารถเข้าถึงตัวน้องชมพู่ได้โดยง่าย ใครที่อยู่ด้วยในวันเกิดเหตุ โดยอาจเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ ซึ่งจะมีการตรวจสอบละเอียดทั้งหมด เพราะถ้าชุดสืบสวนตีกรอบแคบๆ จะเป็นการตัดโอกาสตนเองเข้าถึงตัวคนร้ายได้

