“ไผ่” ปลูกง่าย ทนทาน ใช้น้ำน้อย ฟันรายได้ทั้งปี บังคับให้ออกนอกฤดู ยิ่งรวย!

 

พาไปดู “ไผ่” ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย เก็บหน่อขายสร้างรายได้เกือบตลอดทั้งปี หากขายนอกฤดู ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 60 – 70 บาท หากบำรุงรักษาดี ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บหน่อขายหลายปี แนะปลูกพืชอื่นที่เอื้อกับการปลูกไผ่ เพื่อขายคู่กัน

นายสุวพิษ ศรีวงษ์ เกษตรกรบ้านนาพิพาน ตำบลปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย ได้หันมาปลูกไผ่เลี้ยงและไผ่กิมซุง ในพื้นที่ 4 ไร่ แยกเป็นปลูกเลี้ยง 3 ไร่และไผ่กิมซุง 1 ไร่ เฉพาะไผ่เลี้ยงปลูกมานานเกือบ 20 ปี ส่วนไผ่กิมซุง ปลูกมาแล้ว 3 ปี เนื่องจากเห็นว่า เป็นพืชที่ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย มีความทนทาน ให้ผลผลิตได้เกือบตลอดทั้งปี ปลูกครั้งเดียวหากบำรุงรักษาดีสามารถเก็บผลผลิตได้นานหลายปี ให้ผลผลิตต่ำสุด 20 กก./ ไร่/วัน และสูงสุดมากกว่า 100 กก./ไร่/วัน โดยจะบังคับให้ผลผลิตออกนอกฤดู โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่มีหน่อไม้ตามธรรมชาติน้อย ทำให้มีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 60 – 70 บาท จากนั้นในเดือนกันยายน ราคาก็จะเริ่มถูกลง ก็จะเริ่มพักต้น ในช่วงที่ไผ่แทงหน่อจะมีการเก็บหน่อทุกวัน โดยสลับแปลงในการเก็บหน่อ ในแต่ละวันจะเก็บได้ประมาณ 40 – 60 กก. / ไร่ หากผลผลิตออกมาก ขายหน่อสดไม่หมด ก็จะนำกลับมาแปรรูปเป็นหน่อไม้พร้อมปรุง หรือหน่อไม้ดอง แล้วนำกลับไปขาย หรือเก็บไว้ขายในช่วงที่หน่อไม้ขาดตลาด นอกจากขายหน่อแล้วยังสามารถขายลำต้น ตามขนาด 2 – 3 บาทต่อต้น และขายต้นพันธุ์ 20 – 30 บาท/ต้น สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังได้มีการปลูกพืชอื่นอีกหลายชนิด โดยเฉพาะพืชที่นำไปเป็นเครื่องแกง ทั้งชะอม ข่า ตะไคร้ ใบย่านาง และฟัก เป็นต้น สร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรได้ดีอีกทางหนึ่งด้วย ในส่วนของการตลาดส่วนใหญ่จะนำไปขายที่ตลาดสด และมีบางส่วนที่มีพ่อค้า-แม่ค้ามารับถึงสวน

นายสุวพิษ ศรีวงษ์ เกษตรกรบ้านนาพิพาน มีข้อแนะนำสำหรับเกษตรกรที่จะหันมาปลูกไผ่ ว่า ไม่ควรปลูกมากเกินไป อาจจะปลูกอย่างละ 100 ต้น เช่นไผ่เลี้ยง 100 ต้น และไผ่กิมซุง 100 ต้น แต่ให้ความสำคัญในการบำรุงรักษาไผ่ที่ปลูกโดยเฉพาะในเรื่องของระบบน้ำมากกว่า บังคับให้ออกช่วงฤดูแล้งที่มีราคาดีได้ยิ่งดี จะทำให้มีรายได้มากกว่ากว่าปลูกเป็นไร่ 2 ไร่ แต่ไม่ได้ออกนอกฤดูเสียอีก ราคาหน่อไม้ในช่วงนอกฤดูคือตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป จนถึงต้นฤดูฝน จะสูงถึงกิโลกรัมละ 60 บาท เมื่อถึงฤดูฝนหน่อไม้ที่ปลูกก็จะเริ่มน้อยและมีหน่อไม้ตามธรรมชาติมาก ราคาถูกลง เราก็สามารถแปรรูปเก็บไว้ขายในช่วงที่มีหน่อไม้ออกน้อยได้ หรือจะเก็บหน่อไว้เพื่อให้เป็นต้นพันธุ์แทนต้นเดิมที่เริ่มมีอายุมาก

ในส่วนของปัญหาของการปลูกไผ่นั้น นายสุวพิษ บอกว่า ไม่มีปัญหาโรคแมลง มีเพียงการดูแลที่ถูกต้อง คือหน่อที่เกิดอยู่นอกกอให้เก็บไว้เป็นต้นพันธุ์ ให้ตัดเฉพาะหน่อที่เกิดอยู่ในกอ ในแต่ละกอให้เหลือต้นไว้ประมาณ 10 ต้นให้กระจายอยู่รอบ ๆ ไม่ให้กระจุกอยู่เฉพาะตรงกลาง เพราะหากเราตัดเฉพาะหน่อที่อยู่ด้านนอกทั้งหมด ก็จะทำให้หน่อที่เกิดใหม่ในกอมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ ส่วนปุ๋ยนั้น หากต้องการเร่งก็ใช้ปุ๋ยยูเรีย แต่ที่ดีที่สุดคือปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก ให้นำมาใส่ปกคลุมไว้ ใส่ครั้งเดียวใช้ได้นาน ต่างจากปุ๋ยเคมีที่ต้องใส่บ่อย ๆ ซึ่งไผ่จะเริ่มให้ผลผลิตหลังจากปลูกได้ประมาณ 6 เดือน และหลังจากปลูกเพียงครั้งเดียวสามารถให้ผลผลิตได้หลายปี เช่นที่สวนของตนปลูกมาแล้วถึง 20 ปีก็ยังไม่เคยรื้อปลูกใหม่ เกิดจากการดูแลมีการตัดต้นแก่ออกไปเรื่อย ๆ เพื่อไม่ให้เกิดหมากหรือดอกจนต้นไผ่ตาย ทำให้ไผ่ที่ตนปลูกขยายออกด้านข้าง ส่วนตอไผ่ที่ตัดก็จะผุพังกลายเป็นปุ๋ยให้กับต้นพันธุ์ใหม่ที่เหลือไว้

นายสุวพิษ ได้ให้คำแนะนำในตอนท้ายว่า นอกจากปลูกไผ่แล้ว ควรปลูกพืชชนิดอื่นที่เอื้อซึ่งกันและกัน เช่นชะอม ใบย่านาง และฟัก เป็นต้น โดยเฉพาะชะอม กับใบย่านาง ที่ถือว่าขาดไม่ได้ เนื่องจากต้องใส่ในการแกงหน่อไม้

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon