หน้าแรก ภูมิภาค ระทึก! พายุฝน...

ระทึก! พายุฝนถล่มโคราช ต้นไม้หักโค่นทับรถยนต์ ครอบครัว5ชีวิตรอดหวุดหวิด

23.07.16 | 18:50 น.

วันที่ 23 กรกฎาคม เมื่อเวลา 17.15 น. ได้เกิดฝนตกหนักและลมพัดแรงในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา ส่งผลให้ต้นพิมานขนาดใหญ่ที่ริมถนนสาย 304 นครราชสีมา-ปักธงชัย บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 288-289 ใกล้กับโรงพยาบาลริมลีฟวิ่ง ต.ไชยมงคล อ.เมืองฯ จ.นครราชสีมา หักโค่นจำนวน 5 ต้นต่อเนื่องกันเป็นระยะทางประมาณ 1 กม. และยังได้ทับรถกระบะอีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน ได้รับความเสียหายหลังคาและหน้ารถยุบ โดยมีนายณรงศักดิ์ วุฒิประสิทธิ์ อายุ 59 ปี ชาว ต.ตาเป๊ก อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เป็นคนขับ มีภรรยา, ลูกชาย, ลูกสะใภ้ และหลานโดยสารมาทั้งหมด 5 คน รอดตายหวุดหวิด

นายณรงศักดิ์ คนขับรถกระบะเล่านาทีระทึกให้ฟังว่า ขณะที่ขับรถพาครอบครัวกลับจากไปซื้อของในตัวเมืองนครราชสีมาและกำลังเดินทางจะกลับบ้านที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เมื่อรถวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุขณะนั้นฝนตกลงมาอย่างหนักและมีลมกระโชกแรงจนมองแทบไม่เห็นทาง จึงได้ชะลอความเร็วและขับตามรถคันหน้ามาเรื่อยๆ ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ต้นพิมานที่อยู่ข้างถนนขนาดใหญ่ได้ล้มทับรถตนเองอย่างแรงเสียงดังสนั่น ตนตกใจมากและคนในรถก็ได้ร้องด้วยความตกใจและหมอบลงที่เบาะ หลังเกิดเหตุตนและครอบครัวได้พยายามหาทางออกจากตัวรถโดยปีนออกมาทางประตูหลังด้านซ้าย ซึ่งทุกคนอยู่ในอาการขวัญผวา แต่ดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ สำหรับรถของตนทำประกันชั้น 3 เอาไว้ ก็คงไปเรียกร้องค่าเสียหายอะไรกับใครไม่ได้เพราะเป็นอุบัติเหตุทางธรรมชาติ รอดตายมาได้ก็ดีแล้ว สงสัยจะต้องกลับไปทำบุญครั้งใหญ่กันทั้งครอบครัวเรียกขวัญและเพื่อความเป็นสิริมงคล

สำหรับเหตุการณ์ต้นไม้ล้มทับรถบริเวณดังกล่าวครั้งนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปีนี้ นอกจากนี้เหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้การจราจรถนน 304 ช่วงนครราชสีมา-ปักธงชัย ถูกตัดขาดเพราะต้นไม้ขวางถนนเป็นเวลานานกว่า 1 ชม. และยังทำให้การจราจรติดขัดยาวกว่า 4 กม. ตำรวจสถานีตำรวจโพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา ท้องที่เกิดเหตุต้องเร่งระบายรถด้วยการเปิดช่องทางพิเศษให้รถที่จะเดินทางไปยัง อ.ปักธงชัยสามารถวิ่งสวนกับรถที่จะเข้าตัวเมืองนครราชสีมาได้ โดยหน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมาร่วมกับแขวงการทางที่ 3 นครราชสีมา ได้ระดมเลื่อยยนต์มาเร่งตัดกิ่งไม้ออกจากถนนเพื่อเปิดการจราจร จนถึงขณะนี้รถทุกชนิดสามารถสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวได้แล้ว