เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563 ที่จ.พัทลุง ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีมีแม่ค้าอาหารทะเลร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง โดยมีตำรวจ ยศพ.ต.ท. พร้อมลูกน้องจับกุมข้อหาฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉิน ขณะเดินทางกลับจากไปรับซื้ออาหารทะเลจากพื้นที่ อ.กันตัง จ.ตรัง เมื่อคืนวันที่ 2 มิถุนายน 2563 โดยตำรวจชุดดังกล่าวเรียกเงินและต่อรองกันเหลือ 10,000 บาท แลกกับการปล่อยตัว โดยแม่ค้าจ่ายเงินสด 5,700 บาท รวมทั้งถูกยึดอาหารทะเลไป และถูกบังคับให้แกะหอยนางรมให้เจ้าหน้าที่กินภายในอาคารหลังเก่า สภ.เมืองพัทลุง หลังเกิดเหตุมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนพฤติกรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างต่อเนื่องนั้น
ล่าสุด ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง แต่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยมี พ.ต.อ.สุชาติ สอิด รอง ผบก.ภจว พัทลุง และพ.ต.อ.วราชาติ รสจันทร์ รอง ผบก.ภจว พัทลุง เป็นหัวหน้าทีมคณะสอบสวน ใช้ห้องประชุม บน สภ.เมืองพัทลุง เป็นห้องสืบสวนข้อเท็จจริง

โดยเมื่อเวลา 17.00น. นางสุนิษา จีนเกลี้ยง อายุ 32 ปี แม่ค้าอาหารทะเลสด เดินทางมาให้ปากคำอย่างเป็นทางการกับคณะกรรมการสืบสวน โดยระบุยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตั้งด่านจริง และนำตนมาที่ สภ.เมืองพัทลุง เมื่อมาถึง สภ เมืองพัทลุง เจ้าหน้าที่ตำรวจขอเพียงหลักฐานการขนส่งสินค้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้เรียกเงินตนแต่อย่างใด ส่วนสลิปที่โอนเงินให้นายดาบตำรวจไชยยา ชูศรีเพชร ตำรวจในชุดสารวัตร ยศ พ.ต.ท. เป็นเงินที่ตนยืมมาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2563 ที่ผ่าน จึงโอนคืนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปโดยตนนำเงินที่ยืมรอบนั้นไปจ่ายค่าปรับที่ศาลในคดีอาญา ส่วนสาเหตุที่ยืมเงินจาก ด.ต.ไชยยา เพราะเคยคบหากันมาก่อนตนมีแฟน
“สาเหตุที่ร้องเรียนสื่อจนเป็นข่าวใหญ่โต เนื่องจากแฟนตนไม่ทราบว่าเคยคบกับด.ต.คนดังกล่าวมาก่อนและแฟนต้องการขอเงิน 10,000 บาทเพื่อไปผ่อนรถ แต่ตนบอกแฟนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเอาเงินไปแล้วขณะถูกจับเนื่องจากฝ่าเคอร์ฟิว ทำให้แฟนโกรธ และโทรไปร้องเรียนสื่อมวลชนดังกล่าว”

พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง กล่าวว่า เกี่ยวกับคดีดังกล่าว ขอเวลาให้คณะกรรมการชุดสืบสวนข้อเท็จจริงได้ทำงานสอบสวนสืบสวนในทุกด้านก่อน ซึ่งตอนนี้ตามผู้อ้างเป็นผู้เสียหาย ซึ่งได้นำตัวมาสอบถามต่อหน้าผู้สื่อข่าวเพื่อให้เกิดความกระจ่าง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ต้องฟังหลักฐานอย่างอื่นประกอบด้วย เช่น พยานหลักฐานและเอกสารที่ผู้สื่อข่าวนำเสนอ หลังจากนี้จะสอบผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทุกปากจากคำให้การของผู้อ้างตัวเป็นผู้เสียหาย ขอเวลาเจ้าหน้าที่ทำงาน โดยจะสอบข้อเท็จจริงให้ได้ความกระจ่าง
ส่วนสารวัตร ยศ พ.ต.ท. หัวหน้าชุด ล่าสุด ได้สั่งย้ายไปอยู่ฝ่ายอำนวยการกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เพื่อไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับพยานบุคคล พยานเอกสาร ในการช่วยเหลือตัวเองและพรรคพวก ขอให้ประชาชนและผู้สื่อข่าวมั่นใจ ถ้ามีพยานหลักฐานที่เเกี่ยวข้องมีส่วนได้เสียก็ไม่ต้องห่วง ตนจะดำเนินขั้นเด็ดขาดอย่างแน่นอน เนื่องจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการตำรวจภาค 9 กำชับและติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่คณะกรรมการชุดสืบสวนข้อเท็จจริงทำงานอย่างตรงไปตรงมา

