รวมกันเราอยู่!! นครชัย 21 ผนึกแอร์โคราชฯ แชร์เที่ยววิ่งบริการ กทม.-โคราช ลดขาดทุนหลังต้องเว้นที่นั่ง เริ่ม 12 มิ.ย.
โควิด-19 – จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือโควิด-19 ส่งผลให้การประกอบการธุรกิจเดินรถร่วมโดยสารปรับอากาศชั้น 1 สาย 21 กรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา ซึ่งเป็นรถโดยสารสาธารณะ หมวด 2 ที่มีจำนวนเที่ยวรถวิ่งมากที่สุดในภูมิภาค เดิมมีผู้ประกอบการ 5 รายคือ เชิดชัยทัวร์โคราช แอร์โคราชพัฒนา นครชัย 21 สุรนารีทัวร์ และบ้านช้างเผือกทัวร์ ต้องระงับการให้บริการชั่วคราว ตามคำสั่งของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (ศบค.) กระทั่ง นายจรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ได้ลงนามในคำสั่งยกเลิกการระงับเดินรถโดยสารสาธารณะในสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตพื้นที่จังหวัด ที่มีต้นทางหรือปลายทางใน จ.นครราชสีมา ส่งผลให้ผู้ประกอบการเดินรถได้ตามปกติ
แต่สุรนารีทัวร์และบ้านช้างเผือกทัวร์ ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาจำนวนผู้โดยสารต่อเที่ยวไม่คุ้มกับต้นทุน จึงไม่พร้อมเปิดให้บริการ เหลือเพียงเชิดชัยทัวร์โคราช แอร์โคราชพัฒนา และนครชัย 21 กลับมาเดินรถในวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งเหลือ 30 เที่ยวต่อวัน จากเดิมวิ่งรวม 280 เที่ยว และกำหนดออกทุก 1 ชั่วโมง รวมทั้งจัดที่นั่งเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้แต่ละเที่ยวบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยต่อคัน 18-20 ที่นั่ง ไม่คุ้มกับต้นทุน และผู้โดยสารตกค้างรอขึ้นรถนานนับชั่วโมง ล่าสุดแอร์โคราชพัฒนา และนครชัย 21 ได้ผนึกกำลังร่วมกันเฉพาะกิจ แชร์เที่ยววิ่งบริการ ลดปัญหาการขาดทุน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายนนั้น

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 11 มิถุนายน นายชัยวัฒน์ แผ่นทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอร์โคราชพัฒนา จำกัด เปิดเผยว่า แอร์โคราชได้ปรับรูปแบบการบริการตามมาตรการที่กำหนดไว้ ก่อให้เกิดสภาวะขาดทุน มีรายได้จากการขายตั๋ว 50% สิ่งที่ได้รับและประสบในขณะนี้คือเสมอตัว และขาดทุน จึงเกิดการผนึกกำลังร่วมกันเฉพาะกิจ โดยเป็นความร่วมมือ แบ่งปันเที่ยววิ่ง เพื่อยืนหยัดการให้บริการขนส่งโดยสารสาธารณะ เนื่องจากการปฏิบัติตามมาตรการของรัฐ หากไม่ร่วมมือและปล่อยให้เกิดสภาวะการแข่งขันอาจเกิดผลเสียตามมา และสิ้นเดือนมิถุนายนจะถึงกำหนดหมดระยะเวลาการชดเชยของประกันสังคม มาตรา 33 ประกอบกับสถานการณ์ของบริษัทได้ว่าจ้างพนักงานเพียง 10% เท่านั้น ที่เหลือ 90% เมื่อสิ้นสุดการเยียวยาของภาครัฐการดำรงชีพจะเป็นอย่างไรต่อไป
“ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยผ่อนปรนมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม หากเพิกเฉยอาจมีลูกจ้างตกงานอีกจำนวนมาก และเป็นภาระของรัฐบาลที่ต้องดูแลเพิ่มเติมอีก ขอเสนอทางเลือก กรณีผู้โดยสารเป็นกลุ่มครอบครัวเดียวกัน เช่น พ่อแม่ลูก สามี-ภรรยา สามารถนั่งใกล้ชิดกันได้ เช่นเดียวกับร้านอาหาร ซึ่งตามหลักความเป็นจริงผู้โดยสารที่ไม่รู้จักกันก็ไม่นั่งใกล้ชิดกันอยู่แล้ว” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอร์โคราช กล่าว

ด้าน นายชัยวัฒน์ วงศ์เบญจรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นครชัย 21 จำกัด กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เกิดวิกฤตหลายอย่างทำให้รายได้ลดลง แต่สามารถประคับประคองธุรกิจได้ ช่วงเดือนมีนาคมได้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ประชาชนเดินทางน้อยลง ส่งผลต่อต้นทุนการประกอบการรวมต่อเดือนประมาณ 10 ล้านบาท ต่อมา ศบค.สั่งระงับการเดินรถทำให้ธุรกิจหยุดนิ่ง แต่เราไม่ได้เลิกจ้าง โดยช่วยแบกรับภาระต่างๆ ร่วมกับเงินเยียวยาของประกันสังคม มาตรา 33 จนถึงขณะนี้ขาดทุนกว่า 30 ล้านบาท ต่อมา ศบค.ได้คลายล็อกให้เดินรถโดยสารได้ตามปกติ แต่ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม และห้ามขึ้นราคาค่าโดยสาร การเดินรถจึงมีรายได้จากการขายตั๋วต่อเที่ยว 50% เมื่อถึงสิ้นเดือนมิถุนายนก็ครบกำหนดประกันสังคมจ่ายเงินช่วยเหลือ ทำให้ต้องแบกรับภาระเพิ่มอีก
“ผมได้เสนอแนวทางขอให้รัฐบาลพิจารณาชดเชย กรณีการเว้นที่นั่งตามระยะห่างทางสังคมต่อเที่ยว 30% ส่วนทางเลือกขึ้นค่าโดยสาร เราไม่ต้องการผลักภาระให้ประชาชนที่กำลังเดือดร้อน ขณะนี้สถานการณ์การติดเชื้อรายใหม่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขอให้ ศบค.ผ่อนปรนมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมตามความเหมาะสม เพื่อให้แต่ละเที่ยวสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้มากขึ้น เราเสนอแนวคิดนี้ไปแล้ว แต่ยังไม่มีเสียงตอบรับ หากรออนุมัติ มีหวังตายก่อน ทั้งนี้ นครชัย 21 และแอร์โคราชพัฒนา ซึ่งประกอบธุรกิจเดินรถในเส้นทางเดียวกัน และเวลาค่อนข้างจะซ้ำซ้อนกัน จึงมีวิธีคิดแชร์แบ่งปันเที่ยววิ่งในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการมาก เพื่อให้ขาดทุนน้อยที่สุด” ผู้จัดการ บริษัท นครชัย 21 กล่าว



