หน้าแรก ภูมิภาค เด็ก 12 เอาไว...

เด็ก 12 เอาไวอาก้าให้หมากิน ยอมรับเลียนแบบคลิปในยูทูบ ที่จริง ‘ไม่ได้ผสมยา’ แค่ตัดต่อ

14.06.20 | 13:40 น.

เด็ก 12 เอาไวอาก้าให้หมากิน ยอมรับเลียนแบบคลิปในยูทูบ ที่จริง ‘ไม่ได้ผสมยา’ แค่ตัดต่อ

จากกรณีโลกออนไลน์เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ภายหลังสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง เปิดเผยถึงวีดีโอคลิปในช่องยูทูป ชื่อว่า “เอาไวอาก้าให้หมากิน” โดยในคลิปเป็นเหตุการณ์การนำยาไวอาก้า ยัดใส่ในข้าวเหนียวให้สุนัขรับประทาน จากนั้นสุนัขก็มีอาการตัวสั่น สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม ของผู้ถ่ายคลิป และเป็นการทารุณกรรมสัตว์ โดยผู้กระทำน่าจะยังเป็นเยาวชน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง จ.มหาสารคาม ที่บ้านของเยาวชนคนในคลิป ซึ่งคลิปดังกล่าวได้ถูกลบออกไปจากช่องยูทูปแล้วนั้น จากการพูดคุยทราบว่า เยาวชนคนดังกล่าวอายุ 12 ปี ส่วนสุนัขที่เห็นในคลิปชื่อเจ้ากี้ อายุประมาณ 1.6 ปี

เด็กชายเล่าว่า ในวันที่ทำคลิป ผู้ปกครองไม่อยู่บ้าน จึงได้ทำคลิปขึ้น เพราะว่าอยากเป็นยูทูบเบอร์ เคยเห็นในคลิปยูทูบมีคนเอาไวอาก้าในแฟนกิน ก็ไม่มีคนว่าอะไร จึงเกิดพฤติกรรมเลียนแบบขึ้น ซึ่งในคลิปเป็นการนำข้าวเหนียวมาปั้น แล้วนำยามาใส่ซึ่งเป็นยาแคปซูล แต่ไม่ได้ให้เจ้ากี้รับประทาน ข้าวเหนียวก้อนนั้นได้โยนทิ้งไป แล้วเอาข้าวเหนียวก้อนใหม่มาปั้น ให้เจ้ากี้กินข้าวเหนียวเปล่าๆ ไม่มียาผสม และไม่ทราบว่ายาดังกล่าวเป็นยาอะไร เป็นเพียงยาแคปซูลที่เจออยู่ในบ้าน แต่ไม่ใช่ยาไวอาก้าแน่นอน

ส่วนที่เจ้ากี้มีอาการตัวสั่น เกิดจากวันนั้นที่วัดแถวบ้านมีงานศพของคนในหมู่บ้าน มีการจุดพลุตะไล เสียงดัง เจ้ากี้มีอาการตื่นตกใจ ตนจึงได้ถ่ายคลิปไว้แล้วเอามาตัดต่อใส่ลงไปในคลิป และอัพขึ้นยูทูปไป

ยอมรับว่าที่ทำไปเพราะเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ ตอนนี้สำนึกผิดแล้ว อยากจะขอโทษที่ทำให้ทุกคนไม่สบายใจ ขอโทษในสิ่งที่ทำลงไป และกลัวว่าจะถูกดำเนินคดี ต่อไปนี้จะไม่ทำอีก จะผลิตแต่คลิปดี ๆ และสร้างสรรค์ออกมา เพราะอยากเป็นยูทูบเบอร์ เพื่อที่จะได้มีรายได้มาจุนเจือครอบครัว

Advertisement

ด้านพ่อของเยาวชนคนดังกล่าว เล่าว่า ตนเองอาศัยอยู่กับลูก 2 คน ได้เลิกรากับแม่ของลูกไปได้กว่า 10 ปีแล้ว ฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เช้ามาตนก็ออกไปทำงาน กลับมาก็ใกล้ค่ำ ไม่รู้เลยว่าลูกอัดคลิปขึ้นยูทูบได้อย่างไร พอมีคนโทรมา ก็ตกใจ ปกติลูกชายจะเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร วัน ๆ อยู่แต่กับโทรศัพท์ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะเป็นบทเรียนให้เขาไม่ให้ทำผิดอีก