สืบเนื่องกรณี 7 ทรชน เป็นผู้ใหญ่ 5 คน เยาวชนจำนวน 2 คน ข่มขืนเด็กหญิงวัย 12 ปี ที่ จ.สุพรรณบุรี นานกว่า 2 ปี และทั้งหมดเป็นญาติพี่น้องกันนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ โดยนายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้สั่งการให้นายสุจินต์ วาจากิจ นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี พร้อมด้วย นายศุภฤกษ์ ฟักฟูม ปลัดอำเภอฯ ฝ่ายปกครอง เดินทางลงพื้นที่ไปยังบ้านพักของพี่สาวเด็กหญิงวัย 12 ปี ที่ถูกกระทำชำเรา หลังจากทราบว่าพี่สาวได้รับการข่มขู่จากกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งหวั่นว่าจะได้รับอันตราย
นายนิมิตระบุว่า ทางจังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากทราบเรื่องที่เกิดขึ้น ตนได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลอย่างใกล้ชิด และเราได้เข้าไปพูดคุยกับ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) ที่บ้านพักเด็กและครอบครัว ซึ่งตอนนี้สภาพจิตใจน้องดีขึ้น เราพยายามไม่พูดถึงเรื่องอดีต เพื่อให้น้องได้ก้าวเดินไปข้างหน้า ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางที่ดี น้องพูดคุยได้ตามปกติ สุขภาพจิตถูกฟื้นฟูดีขึ้นมาก ส่วนเรื่องพี่สาวที่ออกมาเปิดโปงเรื่องราวดังกล่าว เราได้ประสานไปยังหน่วยงานให้เข้าไปดูแล เพื่อไม่ให้ตัวพี่สาวเองมีความวิตกกังวลหรือหวาดกลัว ซึ่งถ้ามีความสมัครใจจะออกมาพักอาศัยข้างนอก ไม่อยู่ในสภาพแวดล้อมตรงนั้นก็จะดำเนินการให้ โดยได้สั่งการให้นายอำเภอเมือง จนท.ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ลงไปในพื้นที่แล้ว
นายสุจินต์เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว วันนี้ตนพร้อมทีมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เข้ามาตรวจสอบ เพื่อสอบถามกับพี่สาวของเหยื่อ เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน ดังนั้น การดำเนินการจึงต้องใช้ทีมสหวิชาชีพดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย ส่วนทางพี่สาว ซึ่งเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลให้กับทางราชการ เราเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เพราะได้ข่าวว่าทางญาติพี่น้องผู้เสียหายได้มาข่มขู่ต่อว่าจึงเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย พร้อมมีการประสานให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศมนตรี ผู้นำชุมชน ในพื้นที่ได้ดูแลเรื่องความปลอดภัย
นายสุจินต์กล่าวว่า จากการมาดูสภาพแวดล้อมในวันนี้ก็พบว่าบ้านของพี่สาวเหยื่ออยู่ใกล้ๆ กับบ้านผู้ก่อเหตุ เนื่องจากเป็นเครือญาติกันทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ได้สอบถามพูดคุยกันว่ามีความเกรงกลัวหรือจะไม่ได้รับความปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งทางหน่วยงานราชการยินดีจะจัดหาสถานที่เหมาะสมให้พักอาศัยในเบื้องต้นก่อน โดยเราได้ประสานไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุพรรณบุรี แล้ว

