วันที่ 25 กรกฎาคม ที่ห้องประชุมอาคารราชบุรีเกมส์ อ.เมือง จ.ราชบุรี นายสุรพล แสวงศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายศักดิ์ชัย แตงฮ่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัด จัดประชุมผู้บริหารท้องถิ่น และปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง 10 อำเภอ เรื่องการประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีนายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรีมาให้ความรู้เรื่องที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ท้องถิ่นนำกลับไปใช้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน
นายกิตติพงษ์ บริบูรณ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดราชบุรี กล่าวว่า ภาพรวมส่วนใหญ่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งได้ให้การสนับสนุน สำหรับการออกเสียงประชามติครั้งนี้จริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่งได้เคยมีการออกเสียงมาแล้ว ซึ่งเมื่อประมาณเดือนสิงหาคม พ.ศ.2550 ครั้งนั้นราชบุรีมีผู้มาใช้สิทธิในภาพรวมสูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของประเทศอยู่ที่ประมาณกว่า 61% ขณะที่ภาพรวมของทั้งประเทศนั้นประมาณกว่า 57% สำหรับครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่ในคราวนี้จะมีการออกเสียงประชามติประเด็นคำถามพ่วงด้วย ส่วนตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำความเข้าใจแก่ประชาชนให้มีความเข้าใจเรื่องประเด็นร่างการลงประชามตินี้
“สำหรับกระบวนการขั้นตอนประชามติในส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้งจะมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการจัดพิมพ์ เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้ดำเนินการจัดทำโดย กกต. ได้มีการจัดส่งร่างรัฐธรรมนูญรวมทั้งสรุปสาระให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง พร้อมดำเนินการจัดส่งเพื่อให้ประชาชนเข้าถึง นอกเหนือจากการใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ในการเข้าถึงเนื้อหาอีกทาง นอกจากนี้ยังมีอำนาจหน้าที่จัดออกเสียงประชามติ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กระบวนการขั้นตอนออกเสียงประชามติ ซึ่งจะจัดให้มีการออกเสียงประชามติในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรถึงวิธีการลงคะแนนล่วงหน้า ส่วนการลงคะแนนนอกจังหวัดนั้น ของจังหวัดราชบุรีกำหนดไว้ที่โดมสนามกีฬากลางจังหวัด” นายกิตติพงษ์ กล่าว

ด้านนายสุรพล เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการประกาศบัญชีรายชื่อแล้วที่หน่วยเลือกตั้งเดิมที่เคยเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาครั้งที่ผ่านมา จำนวน 1,046 หน่วย ซึ่งมีบัญชีรายชื่อไปติดอยู่ตามหน่วยเลือกตั้งเดิมเมื่อปี 2550 ซึ่งมีผู้มีสิทธิกว่า 9 แสนคน ขณะนั้นมีผู้มาใช้สิทธิของราชบุรี ประมาณ 61.66% ส่วนภาพรวมทั้งประเทศเฉลี่ยแล้วประมาณ 57% ราชบุรีเกินค่าเฉลี่ยทั้งประเทศในคราวนั้น เนื่องจากมีคนมาใช้สิทธิประมาณ 61.66% ในวันที่ 7 สิงหาคม ราชบุรีมีผู้มีสิทธิที่สามารถไปใช้สิทธิทั้งหมดกว่า 6 แสน 8 หมื่นคน ถือว่าเป็นจำนวนที่มีคนมากพอสมควร จึงขอความร่วมมือให้ผู้บริหารท้องถิ่นและปลัด สมาชิก อบต. ตลอดพนักงานได้ช่วยกันในระยะเวลาที่เหลือเผยแพร่พร้อมตรวจสอบก่อนว่ามีชื่ออยู่ในบัญชีผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่ เพราะว่าการเพิ่มชื่อ ถอนชื่อนั้น สามารถดำเนินการได้ภายในวันที่ 27 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้เป็นวันสุดท้าย เมื่อตรวจสอบดูแล้วมีชื่อก็จะต้องไปตรวจสอบดูว่ามีบัตรหรือไม่ ผู้ที่มีสิทธิในบัญชีมีบัตรหรือไม่ เพราะเป็นเครื่องที่บ่งบอกการแสดงตนถึงการไปใช้สิทธิ
ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ทางจังหวัดพร้อมหัวหน้าส่วนราชการได้มีการประชุมภาคีเครือข่าย ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสตรี อบต. สาธารณสุข อสม.ผู้สูงอายุ สถานประกอบการ โรงงานอุตสาหกรรม คณะกรรมการหมู่บ้านทั้ง 10 อำเภอและหน่วยงานต่างๆ ขณะเดียวกันจังหวัดก็ได้ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทำสติ๊กเกอร์ จำนวน 3 แสนแผ่น เพื่อจะให้มีการรณรงค์เคาะประตูบ้านระหว่างวันที่ 1-5 สิงหาคม จะให้แกนนำที่มีการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องนี้ได้เป็นผู้แทนในการนำสติ๊กเกอร์ไปติดยังบ้านเรือนประชาชนที่มีสิทธิการลงประชามติ และจะได้ทำความเข้าใจให้ทุกคนได้ไปใช้สิทธิตามหน่วยเลือกตั้งที่ตัวเองอยู่
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 4 สิงหาคม จะเป็นการรณรงค์ทั่วประเทศเรียกว่า บิ๊กเดย์ ในการรณรงค์ให้คนไปใช้สิทธิลงคะแนน แต่ขณะเดียวกันประชาชนได้ดูข่าวผ่านสื่อต่างๆ จะเห็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองต่างๆ ไล่กวดผู้คนที่นำบัญชีรายชื่อไปเผาและทำลาย ไปฉีกทำลาย อย่างนี้มีหลายที่แล้ว จึงจะต้องขอความร่วมมือช่วยกันตรวจสอบดูแล หากว่าตอนนี้กำลังมีฝนมีลมอาจจะเป็นไปได้อาจจะชำรุดเสียหาย ก็ให้นำชุดใหม่ไปเปลี่ยนติดไว้ให้ดูกัน ขณะเดียวกันก็มีผู้ที่จะสร้างกระแสเรื่องที่จะบิดเบือน ยกตัวอย่างเช่น ในโทรศัพท์เครื่องมือสื่อสารว่าห้ามกดไลน์ตรงนี้ไม่งั้นจะถูกแฮกข้อมูล ทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงเป็นไลน์ที่กองทะเบียนและคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ร่วมกันจัดทำเพื่อให้ตรวจสอบว่า มีสิทธิ์ มีชื่อ ที่หน่วยไหนอย่างไรบ้าง จึงอยากขอความร่วมมือให้ทุกคนช่วยตรวจสอบดูแลในฐานะที่เป็นหน่วยงานกลไกของรัฐที่จะช่วยการรณรงค์ประชามติหรือการตรวจสอบข้อมูลให้ข่าว ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องร่วมมือกัน

