วันที่ 25 กรกฎาคม เมื่อเวลา 10.10 น.ที่ห้องประชุมไทรทอง กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวั
โดยเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ได้กำชับในที่ประชุม ให้ทุกหน่วยงานเพิ่มความเข้ มในการตรวจสอบความเคลื่ อนไหวของกลุ่มเป้าหมาย กรณีข่าวสารบิดเบือนข้อเท็จจริง และการสร้างสถานการณ์ เช่น การทำลายบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ การส่งร่างรัฐธรรมนูญปลอม การพ่นขีดข้อความต่างๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นในห้วงเวลาก่ อนลงประชามติ โดยในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีหน่วยออกเสียงประชามติ จำนวน 4,374 หน่วย
นายวิเชียร ให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานบู รณาการร่วมเฝ้าระวังติดตามข่ าวสารต่างๆ โดยเฉพาะทางสื่อโซเชียลมีเดีย หากพบข่าวสารอันเป็นเท็จหรือบิ ดเบือน หรือการสร้างสถานการณ์ความไม่ สงบ ให้รีบดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมดำเนินการสร้างการรับรู้ ให้กับประชาชน ด้วยข่าวสารที่ถูกต้อง ส่วนฝ่ายปกครองให้นายอำเภอ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ติดตามสถานการณ์ โดยประสานกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ให้ช่วยเฝ้าระวัง หมั่นตรวจสถานที่ลงประชามติ โดยเฉพาะบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ เพื่อป้องกันเหตุไม่พึงประสงค์
นอกจากนี้ ขอให้ทุกหน่วยงานราชการ จัดกิจกรรมกระตุ้นให้ประชาชน ออกมาใช้สิทธิให้มากที่สุด โดยมอบหมายให้อาสาสมัครสาธารณสุ ข (อสม.) ทุกตำบล ออกเดินเคาะประตูบ้าน เพื่อรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในพื้ นที่ทุกหลังคาเรือนได้รั บทราบโดยทั่วถึง สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่รับผิ ดชอบ ยังสงบเรียบร้อย และไม่ได้รับรายงานปัญหาอุ ปสรรคแต่อย่างใด

