เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2563 จากกรณีนายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มอบอำนาจพร้อมสั่งการให้นางกัลยารัตน์ นิลอ่อน หัวหน้าสำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินคดี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานวิชาการการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัด บุตรสาวอดีตกำนัน ข้อหายักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารทางราชการ และใช้เอกสารปลอม หลังตรวจสอบพบการยักยอกเงินงบประมาณของทางราชการรวม 33.9 ล้านบาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีญาติใกล้ชิด และ อ้างนำเงินไปเล่นการพนันออนไลน์

ล่าสุด เวลา 17.00น. ร.ต.อ.หญิง สุภาภรณ์ ดวงกันยา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ นำตัวน.ส.ขนิษฐา ขึ้นรถสายตรวจส่งตัวฝากขังผัดแรกที่เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากนำตัวไปฝากขังศาลประจวบคีรีขันธ์ โดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากมีวงเงินการทุจริตสูง
ผู้สื่อข่าวรายงานก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวนร่วมกับทนายความอาสาสอบปากคำผู้ต้องหาเพิ่มเติมนานกว่า 5 ชั่วโมง โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้ทำการทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณของทางราชการเพียงคนเดียว จากนั้นโอนเงิน 33.9 ล้านบาท สั่งจ่ายจากบัญชีภัยแล้ง 23.2 ล้านบาท บัญชีงบแผนพัฒนาจังหวัดปี 2563 จำนวน 3.2 ล้านบาท บัญชีเงินฝากคลัง 7.3 ล้านบาท เข้าบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธกส.)สาขาประจวบคีรีขันธ์ ชื่อบัญชี นางสายพิณ ดิบดีคุ้ม ซึ่งเป็นมารดา ผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอีเลคทรอนิคส์ หรือ GFMIS ให้นำไปสร้างข้อมูลหลักฐานเท็จ เพื่อความสะดวกในการเบิกจ่ายเงินเข้าบัญชี
นอกจากนี้ ในการเบิกจ่ายจากระบบคอมพิวเตอร์ภายในหน่วยงาน มีการใช้รหัสผ่านจากบัตรสมาร์ทการ์ดของหัวหน้าหน่วยงานรายหนึ่งที่มีอำนาจสั่งจ่าย แต่เสียบบัตรประจำตำแหน่งคาเครื่องไว้ตลอดเวลา นอกจากนั้นยังพบการลงลายมือชื่อจากผู้มีอำนาจในบัญชีเช็คสั่งจ่ายไว้ล่วงหน้า โดยไม่กรอกจำนวนเงิน และทิ้งเล่มเชคไว้ภายในหน่วยงาน

