ขยายผล”ลูกจ้างสาว”สนง.จังหวัดประจวบฯยักยอก 34 ล้าน พบโอนผ่านอีแบงก์กิ้งกว่า 100 บัญชี

ขยายผล”ลูกจ้างสาว”สนง.จังหวัดประจวบฯยักยอกงบ 34 ล้าน พบโอนผ่านอีแบงก์กิ้งกว่า 100 บัญชี

วันที่ 24 มิถุนายน ต้องติดตามการขยายผลคดีที่น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี นักวิชาการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาคดียักยอกเงินงบประมาณ 33.9 ล้านบาท ว่าจะมีคนอื่นเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่  ทั้งนี้ เมื่อเวลา 16.00น. วันที่ 23 มิถุนายน พ.ต.ท.พิธี อินทร์น้อย รอง ผกก.สส. สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำหมายค้นศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าค้นบ้านเลขที่ 82/21 ถนนเพชรเกษม หมู่ 8 ต.คลองวาฬ อ.เมือง ซึ่งเป็นบ้านพักของน.ส.ขนิษฐา โดยมีนายธัญเทพ กิตติธากรณ์ อายุ 28 ปี ลูกจ้างตำแหน่งช่างไฟฟ้า สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สามีของน.ส.ขนิษฐา และนางสายพิณ ดิบดีคุ้ม อายุ 60 ปี มารดาของน.ส.ขนิษฐาเป็นผู้นำตรวจค้นในห้องนอนของผู้ต้องหา

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเอกสารการเงินและเอกสารทางราชการจำนวนมาก ประกอบสมุดเช็คงบประมาณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ธนาคารกรุงไทย 1 ฉบับ ภายในปรากฎการลงลายมือของผู้มีอำนาจสั่งจ่ายโดยไม่กรอกตัวเลขจำนวนเงินและชื่อบุคคลที่สั่งจ่าย สมุดบัญชีหลายธนาคาร 18 เล่ม บัตรเครดิตและบัตรเอทีเอ็ม 22 ใบ โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 2 เครื่อง ซีพียู พร้อมจอคอมพิวเตอร์ 1 ชุด สมุดทะเบียนคู่มือรถจักรยานยนต์ 1 เล่ม จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบสมุดบัญชีบางเล่มการบันทึกรายการเบิกจ่ายผ่านระบบในวันที่ 30 เมษายน 2563 มีเงินเข้าบัญชี 20 รายการวงเงิน 5.9 ล้านบาทโดยผู้ต้องหาใช้บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกรุงเทพในการโอนเงินเข้าและถอนไปบัญชีอื่นโดยใช้ระบบอีแบงก์กิ้ง

จากนั้นเจ้าหน้าที่เชิญตัวนายธัญเทพ และนางสายพิณ ไปสอบปากคำที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากไม่ปักใจเชื่อตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหาว่าลงมือกระทำความผิดเพียงรายเดียว และใช้บัญชีธนาคาร ธกส.ของมารดาเพียงบัญชีเดียว เนื่องจากตรวจพบการโอนผ่านระบบอีแบงก์กิ้ง กระจายเงินไปมากกว่า 100 บัญชี มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยจะประสานกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมเป็นคณะงานในการตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด ส่วนที่ผู้ต้องหาอ้างว่านำเงินไปเล่นการพนันออนไลน์จนหมดนั้นถือว่ามีพิรุธ คาดว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามตรวจสอบการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่น

แหล่งข่าวจากคณะทำงานด้านการสืบสวนสอบสวน เปิดเผยว่า ต้นตอที่ทำให้ตรวจสอบพบการทุจริต มาจากการจ่ายเช็คของสำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงเหมาจ่ายกว่า 1.2 แสนบาทให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไปรักษาความปลอดภัยในงานกาชาดปี 2563 แต่มีปัญหาเช็คธนาคารกรุงไทยไม่สามารถเบิกจ่ายได้ เนื่องจากไม่มีเงินในบัญชี เจ้าหน้าที่จึงสอบถามไปที่สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทราบว่าเงินค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าวผู้บริหารระดับจังหวัดสั่งจ่ายเรียบร้อยแล้ว จึงมีการตรวจอบย้อนหลังถึงเดือนมิถุนายน 2562 กระทั่งพบการกระทำผิดในการยักยอกงบประมาณอื่นๆ จึงออกหมายจับผู้ต้องหา

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image