หน้าแรก ภูมิภาค ถกชงรื้อรีสอร...

ถกชงรื้อรีสอร์ตภูทับเบิกอีก 16 แห่ง เครือข่ายเขาค้อรุดถามป้ายประกาศ ทำชาวบ้านเครียด

26.07.16 | 18:30 น.

วันที่ 26 กรกฎาคม ความคืบหน้ากรณีจังหวัดเพชรบูรณ์และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 พิษณุโลก สั่งรื้อถอน 19 รีสอร์ตภูทับเบิกภายใน 30 วัน ล่าสุดที่สำนักงานป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ นายชิต อินทรนก ป่าไม้จังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะเลขานุการคณะทำงานฝ่ายรื้อถอนรีสอร์ตภูทับเบิก ประชุมหารือกับคณะผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายรื้อถอนประกอบด้วยนายประจักษ์ มิยา หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 38 ส่วนป้องกันและปราบปรามภาคเหนือ, นายสมศักดิ์ ชวนชม หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.2(เขาค้อ)   เพื่อเตรียมขั้นตอนเข้าดำเนินการรื้อถอนหลังครบกำหนดปิดประกาศ  30 วันแล้ว หากเจ้าของหรือผู้ประกอบการรีสอร์ตดื้อแพ่งไม่ยอมรื้อถอน โดยในที่ประชุมหารือถึงเรื่องการจัดหาสถานที่ทิ้งเศษซากวัสดุหลังมีการถูกทุบทำลายสิ่งปลูกสร้างแล้ว และการจัดหาสถานที่หรือโกดังสำหรับเก็บสิ่งของต่างๆ รวมทั้งการจัดหาเครื่องจักร ฯลฯ

ขณะเดียวกันยังหารือถึงร่างหนังสือคำสั่งแจ้งกำหนดห้วงวันเวลา ที่คณะเจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินรื้อถอนกับเจ้าของและผู้ประกอบการรีสอร์ตอีก 18 ราย หลังครบกำหนดเวลา 30 วันในวันที่ 7 สิงหาคมแล้ว เพื่อเตรียมเสนอต่อคณะทำงานฝ่ายรื้อถอนชุดใหญ่ที่มีนายบุญลาภ สุกใส ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 พิษณุโลก เป็นประธานคณะฝ่ายรื้อถอนให้พิจารณาอีกครั้ง

นอกจากนี้คณะผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าว ยังหารือถึงการจัดเตรียมข้อมูลกลุ่มรีสอร์ตที่อยู่ในเป้าหมายต้องถูกสั่งรื้อถอนเป็นชุดต่อไป โดยมีจำนวน 16 รายและยังอยู่ในชั้นสอบสวนของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ ซึ่งแยกเป็นคดีที่ทางป่าไม้เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษจำนวน 15 ราย และเป็นคดีที่ทางอุทยานแห่งชาติเขาค้อร้องทุกข์กล่าวโทษอีก 1 ราย ทั้งนี้เพื่อเตรียมดำเนินการเสนอออกคำสั่งให้รื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างเป็นชุดต่อไป หลังทางคณะเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการรื้อถอนรีสอร์ตในชุดแรกเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว

รายงานยังระบุว่า ระหว่างการประชุมปรากฏว่า มีตัวแทนเครือข่ายประชาสังคมที่เขาค้อ ได้เดินทางมาพบนายชิต อินทรนก เพื่อขอความชัดเจนกรณีเจ้าหน้าที่จากหน่วยป้องกันรักษาป่าที่พช.2 (เขาค้อ) ดำเนินการปิดประกาศแจ้งให้ผู้ประกอบการและเจ้าของโรงแรม รีสอร์ตและบ้านพักตากอากาศหรูบนเขาค้อ ในเขต 4 ตำบลได้แก่ ต.ริมสีม่วง, ต.เขาค้อ, ต.สะเดาะพง, ต.หนองแม่นา ให้ยื่นแสดงเอกสารสิทธิการครอบครองภายในวันที่ 15 สิงหาคม หลังตรวจพบอยู่ในเขตป่าเขาปางก่อ-วังชมภู ซึ่งตัวแทนเครือข่ายฯอ้างว่า ชาวบ้านที่มีที่ดินทำกินในเขตพื้นที่บริเวณดังกล่าวเกิดอาการหวั่นวิตก

นายชิตชี้แจงว่า ตามเป้าหมายจะดำเนินการเฉพาะโรงแรม รีสอร์ตและบ้านพักตากอากาศหรูของกลุ่มนายทุนเท่านั้น เป็นไปตามคำสั่งของอธิบดีกรมป่าไม้ซึ่งสั่งการให้ตรวจสอบโรงแรม รีสอร์ตและบ้านพักหรูที่อยู่ในเขตป่าทั่วประเทศ ซึ่งมิได้แตะต้องที่ดินที่ทำกินของชาวบ้านแต่อย่างใด โดยนายชิตยังกล่าวย้ำด้วยว่า ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าปิดประกาศได้แจ้งทางผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับลูกบ้านไปแล้ว แต่ทั้งนี้ฝากให้ทางเครือข่ายฯช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านซ้ำอีกครั้ง

Advertisement