ป่วน! พระ-ชาวบ้าน แบ่งฝ่าย ต่างคนต่างจัดกิจกรรมศาสนาของตัวเอง ในวัดเดียวกัน

บุรีรัมย์ เข้าพรรษาอลเวงวัดเดียว 2 ก๊วนต่างคนต่างจัดเผยเป็นตั้งแต่เกจิมรณภาพ

เข้าพรรษาที่วัดศาลาลอย บุรีรัมย์ ป่วนแบ่งกลุ่มกันจัดกิจกรรมทางศาสนาในวัดเดียวกัน ชาวบ้านต่างคนต่างนับถือพระในวัด หลังขัดแย้งกันมานานตั้งแต่หลวงปู่เอก เกจิอาจารย์ชื่อดังมรณภาพ

วันที่ 5 ก.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการทำบุญในวันอาสาฬหบูชา ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ชาวบ้านต่างออกไปทำบุญที่วัดเป็นจำนวนมาก เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา ชาวบ้านต่างอิ่มเอิบกับการทำบุญกับวันสำคัญทางศาสนากันอย่างถ้วนหน้า

มีเพียงวัดศาลาลอย ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่เกิดความวุ่นวาย เนื่องจากพระในวัด แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ฝ่ายหนึ่งจัดงานพิธีวางรากฐานเตรียมสร้างมณฑป เจดีย์ธาตุ บรรจุอัฐิหลวงปู่เอก ที่มรณภาพไปเมื่อปี 2556 ส่วนอีกกลุ่มทำพิธีนั่งสมาธิ โดยไม่สนใจ ใครจะทำอะไร

นายประวิทย์ อาจทวีกูล ประธานกรรมการวัดฝ่ายหนึ่ง กล่าวว่า การจัดงานวันอาสาฬหบูชาในวันนี้ จัดขึ้นในนามลูกศิษย์ลูกหาของพระครูธรรมประภากร หรือหลวงปู่เอก เกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่ได้ตั้งใจจะมาแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกับใครแต่อย่างใด ทำไปตาม พ.ร.บ.สงฆ์ที่มีเจ้าคณะตำบลเป็นผู้จัดการ

แต่มีอีกกลุ่มก็พยายามจะคัดค้านในการดำเนินการต่างๆ ทำทุกอย่างเพื่อให้มีความแตกแยก ซึ่งเกิดขึ้นมานานตั้งแต่หลวงปู่เอกมรณภาพเมื่อปี 2556 เป็นต้นมา แนวทางตอนนี้คือต้องนิมนต์ หรือเชิญพระครูปัญญา ที่สร้างปัญหาภายในวัดมาโดยตลอดออกจากพื้นที่ สถานการณ์ก็จะกลับมาตามปกติ

ด้านพระครูวิโรจน์ ธมมาพิรักษ์ เจ้าคณะตำบลสะแกซำ ได้ออกมาระบุว่า หลังจากหลวงปู่เอกมรณภาพลงเมื่อปี 2556 ได้มีการแต่งตั้งให้พระครูปัญญา (พระอีกกลุ่มหนึ่งในตอนนี้) เป็นเจ้าอาวาส หลังจากบริหารวัดได้ไม่นาน ชาวบ้านก็ร้องเรียนเรื่องความโปร่งใส ในการจัดการบริหารเงินในวัดที่มีอยู่กว่า 4 ล้านบาท จนมีการตรวจสอบผ่านคณะกรรมการหลายฝ่าย กระทั่งมีการปลดออกจากการเป็นเจ้าอาวาส แล้วแต่งตั้งพระสุรินทร์ ดิสโร เป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาสมาจนถึงปัจจุบัน

แต่พระปัญญาไม่หยุดการเคลื่อนไหว มีการรวบรวมกลุ่มชาวบ้านอีกฝั่งหนึ่งมาต่อต้านงานของวัดทุกโครงการ ไม่เว้นการจัดงานเข้าพรรษาในวันนี้ จริงแล้วก็อยากให้สามัคคีกันยอมรับกับมติของเถรสมาคม ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้

ผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบกลุ่มของพระอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในวัดเดียวกัน ได้มีการจัดพิธีนั่งสมาธิ โดยไม่สนว่าฝั่งนั้นจัดงานอะไร แต่พระปัญญาไม่ขอให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงชาวบ้านออกมาพูดว่า พระครูปัญญาเกิดที่นี่ อยู่วัดนี้มากว่า 40 ปี จะให้ย้ายไปไหน ตอนนี้เรื่องอยู่ศาล ไม่อยากจะไปละเมิด ชาวบ้านบางคนเผยเคยถูกตัดน้ำตัดไฟมาแล้ว เพราะพระอีกฝั่งหนึ่งเป็นคนทำเพื่อหวังจะให้พระปัญญาพ้นออกจากวัด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้คอลัมน์ เคี้ยวตุ้ย…ตะลุยกิน : ฟินเว่อร์ ‘โทบิโกะ’ อาหารญี่ปุ่นเมืองกระบี่ เสิร์ฟ ‘ล็อบสเตอร์-ช่อนทะเล’ วัตถุดิบท้องถิ่นสดใหม่
บทความถัดไปลูกสาว ‘ลุงสมพร คนสอนลิง’ เชื่อ ตปท.ไม่เข้าใจวิถีชาวสวนมะพร้าว ยันไม่ทรมาน ดูแลเหมือนครอบครัว