‘ลำปาง’ เคาะ 3 มาตรการเข้ม! ระวังคนกลับมาจาก กทม.-ระยอง

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม  ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า จ.ลำปาง ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ส่งไปยังหัวหน้าส่วนราชการ, หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ, นายอำเภอ 13 พื้นที่ของ จ.ลำปาง, สถานศึกษา, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชน ในพื้นที่ จ.ลำปาง ให้ทราบถึงมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของ จ.ลำปาง ซึ่งในหนังสือดังกล่าว ลงนามโดย นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อ จ.ลำปาง

นอกจากนี้ นายณรงค์ศักดิ์ ในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำปาง ได้ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อฯ ที่ศาลากลางจังหวัดลำปาง โดยพิจารณา 3 มาตรการ ของ จ.ลำปาง ในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ของโรคในพื้นที่ จ.ลำปาง โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรการ 22 และมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 มาตรา 52/1 และมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง จึงสั่งกำหนดมาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

โดยทาง จ.ลำปาง ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ด้วยปัจจุบันปรากฏข้อเท็จจริงมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ จ.ระยอง ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อในประเทศ แต่ก็เห็นควรกำหนดมาตรการในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรค เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ของโรคในพื้นที่ จ.ลำปาง ซึ่งถือว่าเป็นการระวัง และป้องกันไว้ก่อน และพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น


1.ประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐ หากเดินทางไปยังพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือ จ.ระยอง จะต้องจัดทำบันทึกลำดับเหตุการณ์ (Time Line) โดยละเอียด และเมื่อกลับเข้ามายัง จ.ลำปาง ให้สังเกตอาการ และดำเนินการควบคุมตนเอง (Self Monitoring) เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน หากพบว่ามีไข้ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือไปแพทย์โดยทันที สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐให้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ด้วย

2.ให้ส่วนราชการ และหน่วยงานของรัฐ อำเภอทุกอำเภอ และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ประจำอยู่ในเขตจังหวัด เพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการตรวจคัดกรองบุคคลภายนอกที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร และ จ.ระยอง ที่เข้ามาในพื้นที่หมู่บ้าน , ชุมชน , อำเภอ และจังหวัด โดยให้ อสม. , กำนัน , ผู้ใหญ่บ้าน , ผู้นำชุมชน ออกตรวจเยี่ยม พร้อมกับให้ข้อแนะนำ ขออย่าออกเคหสถาน โดยกักกันตนเองไว้สังเกตอาการ (Home Quarantine) เป็นระยะเวลา 14 วัน

3.ให้ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถือปฏิบัติในการลงทะเบียน , ลงลายมือชื่อเข้าใช้บริการในสถานที่ต่างๆ ด้วยระบบลงทะเบียนของ ศบค. (ระบบไทยชนะ) รวมทั้งสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้า ล้างมือด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ และเว้นระยะห่างทางสังคม

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญชี้อย่าเพิ่งปิดคดี ‘น้องชมพู่’ เชื่อตร.มีผู้ต้องสงสัยแต่ขาดจิ๊กซอว์เชื่อมโยง
บทความถัดไปสธ.แจงเหตุให้ “ลูกอุปทูต” กลับคอนโดฯ เผยน้องสาวงอแงช่วงแยงจมูกที่สนามบิน