พ่อบังเกิดเกล้าข่มขืนลูกวัย 13 หนีนานหลายปี ย้อนกลับบ้านก่อนถูกชุดสืบสวนนครสวรรค์จับคาบ้าน

พ่อบังเกิดเกล้าข่มขืนลูกวัย 13 หนีนานหลายปี ย้อนกลับบ้านก่อนถูกชุดสืบสวนนครสวรรค์จับคาบ้าน

วันที่ 15 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.ธนพล เทศกาล รองสารวัตรสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ พร้อมด้วยทีมสืบสวนในสังกัด ร่วมกันนำหมายจับเลขที่ จ166/2563 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2563 เดินทางไปจับกุมตัวนายไพรัช หรือยุ้ย หลวงภูมิ อายุ 43 ปี ชาวบ้านหมู่ 4 ในพื้นที่ ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ในข้อหากระทำชำเราแก่เด็กอายุไม่เกิน 13 ปี (สืบสันดาน) ซึ่งไม่ใช่ภรรยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักตามที่ทะเบียนราษฎรระบุ ซึ่งนายไพรัชให้การยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ปฏิเสธไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวนยังโรงพัก

สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหารายนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นางบุญชู นามสมมุติ อายุ 55 ปี มารดาของนายไพรัช ได้พาหลานสาว ด.ญ.สมชาย นามสมมุติ อายุ 11 ปี ซึ่งเป็นบุตรของนายไพรัช เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.สุทัศน์ ม่วงสุข เจ้าพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ให้ดำเนินการจับกุมนายไพรัช ในข้อหาข่มขืนบุตรสาว โดยนางบุญชูระบุว่า ด.ญ.สมชาย ได้มาฟ้องถูกพ่อแท้ๆ ที่ขณะนั้นเมาสุราอย่างหนัก พยายามเข้ามาข่มขืนภายในห้องนอน ขณะที่ตนเองและคนอื่นๆ ไม่ได้อยู่ภายในบ้าน แต่นายไพรัชกระทำไม่สำเร็จ เนื่องจาก ด.ญ.สมชายขัดขืนไม่ยอม และดิ้นหลุดมาได้ แล้วรอจนกว่าตนกลับมาบ้าน จึงได้ตัดสินใจนำเรื่องที่ถูกพ่อบังเกิดเกล้าพยายามย่ำยีมาเล่าให้ฟัง พร้อมกับบอกด้วยว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกพ่อข่มขืนมาแล้วครั้งหนึ่ง ขณะนอนหลับอยู่ภายในห้องนอนช่วงกลางดึก แต่ขณะถูกกระทำไม่รู้สึกตัว มารู้ตัวในช่วงเช้า เพราะที่อวัยวะเพศมีคราบเปียก ซึ่งก็ได้เก็บเรื่องเอาไว้ ยังไม่เล่าให้ใครฟัง จนกระทั่งมาถูกพ่อแท้ๆ พยายามจะข่มขืน จึงมั่นใจว่าก่อนหน้านี้ถูกพ่อข่มขืนในลักษณะลักหลับอย่างแน่นอน จึงได้นำเรื่องดังกล่าวมาเล่าให้ตนฟัง

“ส่วนมารดาของ ด.ญ.สมชาย เดิมทีเคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 3 คน พ่อแม่ลูก แต่เนื่องจากนายไพรัชมีพฤติกรรมติดเหล้าอย่างหนัก จึงทำให้มารดาของ ด.ญ.สมชาย ทนไม่ไหวและเลิกรากันไป โดยทิ้ง ด.ญ.สมชายไว้ให้นายไพรัชพ่อเด็กดูแล แต่ที่ผ่านมา ด.ญ.สมชายก็อยู่ในความดูแลของตนมาตลอด เนื่องจากนายไพรัชมักจะชอบเร่ร่อนไปสำมะเรเทเมานอกบ้านอยู่บ่อยๆ ไม่ค่อยสนใจลูก” นางบุญชูระบุ

อย่างไรก็ตาม นางบุญชูกล่าวด้วยว่า หลังจากที่ ด.ญ.สมชายนำเรื่องที่ถูกพ่อข่มขืนมาเล่าให้ฟังแล้ว ตนจึงรีบนำเรื่องดังกล่าวไปปรึกษากับเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครสวรรค์ ก่อนจะมีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการร่วมสอบถามรายละเอียดกับ ด.ญ.สมชาย จากนั้นจึงได้ให้ตนพา ด.ญสมชาย เดินทางไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับนายไพรัชทันที

ด้าน พ.ต.ท.สุทัศน์กล่าวว่า คดีนี้แม้ผลการตรวจร่างกายของ ด.ญ.สมชาย เพื่อหาร่องรอยการถูกข่มขืนจะยังไม่ออกมา แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ออกหมายเรียกให้นายไพรัชมาสอบปากคำตามที่ได้ถูกมารดาและลูกกล่าวหาว่าข่มขืนมา 2 ครั้งแล้ว กลับหลบหนีออกนอกพื้นที่ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบว่านายไพรัชได้ย้อนกลับมาที่บ้านพักจึงดำเนินการขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัด แล้วประสานให้ชุดสืบสวนนำกำลังไปจับกุมตัวในขณะที่นายไพรัชกำลังกินเหล้าอยู่ที่บ้านอย่างสบายใจ แต่ในขณะนี้นายไพรัชยังคงให้การปฏิเสธ จึงต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ร่างกายของ ด.ญ.สมชายออกมาก่อนที่จะมีการดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โซเชียลเดือด ‘#ตำรวจระยองอุ้มประชาชน’ ขึ้นเทรนด์ฮิตที่ 1 ทวิตเตอร์ไทย
บทความถัดไปจัดเสวนา ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยระยะ 20 ปี