‘ชาวแม่ปะ’หนุนมอเตอร์เวย์ ‘ตาก-แม่สอด’ หวังเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ ลดเวลาเดินทาง เชื่อมการค้า-พัฒนาเมือง

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2563 ที่วัดเวฬุวัน บ้านแม่ปะ ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก ชาวบ้านตำบลแม่ปะ เกือบ 200 คน เดินทางเข้าร่วมการประชุมปรึกษาหารือมาตรการป้องกันแก้ไขและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม(กลุ่มย่อยครั้งที่ 2) เพื่อศึกษาความเหมาะสม ด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ในการสร้างทางหลวงพิเศษ(มอเตอร์เวย์) ระหว่างเมือง สายตาก-แม่สอด ระยะทาง 58.564 กิโลเมตร จัดขึ้นโดยกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ที่ให้บริษัทเอกชน ดำเนินการประชุมรับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ โดยมีนายประสงค์ มงคลเนาวรัตน์ รองผู้จัดการโครงการฯ เปิดให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่แนวถนนตัดผ่าน และต้องได้รับเงินชดเชย


นายกิตติศักดิ์ บุญจันทร์ ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนโครงการนี้ กล่าวว่า เห็นด้วยกับโครงการเพราะเป็นการพัฒนาเมืองแม่สอด และเมืองตาก จะทำให้ร่นระยะเวลาเดินทางไปมาก และอุบัติเหตุลดน้อยลง ไม่ขึ้น-ลงเขา ส่วนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะอยู่บริเวณทางเชื่อม และทางตัด เพราะถนนเส้นนี้เชื่อมสายเอเชีย 105 และไปสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 บ้านวังตะเคียนใต้ ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด แต่ยอมรับว่าวิถีชาวบ้านต้องเปลี่ยนไป จากการใช้ถนน


“สำหรับโครงการดังกล่าว จะมีการเจาะอุโมงค์ 3 จุด คือ บริเวณอุโมงค์ดอยพะวอ ระยะทาง 10 ก.350 กิโลเมตร , อุโมงค์แม่ละเมา ระยะทาง 3 กิโลเมตร และ อุโมงค์ดอยรวก ระยะทาง15.190 กิโลเมตร รวมถึงจุดที่พักเก็บค่าผ่านทาง 2 แห่ง มีอาคารทางหลวง ด่านชั่งน้ำหนัก และจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ”
นายถิรยุทธ ฉันติกุล รองนายกเทศมนตรีนครแม่สอด กล่าวว่า โครงการนี้อยู่ในแผนแม่บทปีพ.ศ.2560-2579 เริ่มดำเนินการมา 3 ปีแล้ว ประชาชนส่วนมากเห็นด้วย และ ที่อ.แม่สอด มีกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ส่วนสินค้าไปประเทศเพื่อนบ้าน และเส้นทางนี้จะเชื่อมโยงด้านตะวันตก และตะวันออก จากแม่สอดไปถึงมุกดาหาร ในอนาคตอยากให้ทำเส้นทางนี้จากกำแพงเพชร ผ่านตาก ไปลำปางด้วย

นายประสงค์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่ด้านคมนาคมขนส่งทางบกที่ต้องตัดเข้าสู่พื้นที่อนุรักษ์ และจำเป็นต้องสร้างอุโมงค์รวมกันยาวกว่า 29 กิโลเมตร มีสะพานขนาดใหญ่เข้าในพื้นที่ป่า มีด่านจัดเก็บค่าผ่านทาง ที่ อ.แม่สอด 1 แห่ง และ อ.เมืองตาก 1 แห่ง เป็นจุดเชื่อมต่อทางแยกต่างระดับ มูลค่าการประเมิน 103,000 ล้านบาท รวมทั้งค่าดูแลบำรุงรักษาตลอดจนความปลอดภัยระยะเวลา 30 ปี ถนนเส้นนี้เป็นสายสำคัญ และเส้นทางยุทธศาสตร์ของประเทศ จึงจำเป็นต้องลงทุน แต่จะคุ้มค่าแค่ไหน ต้องพิจารณาในขั้นตอนต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon