เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการนำภาพถ่ายของวัดชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครพนม คือวัดพุทธนิมิต ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านตาลหนองเทา ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ไปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้วัดดังกล่าวกลายเป็นที่สนใจของประชาชน นักท่องเที่ยว เนื่องจากวัดแห่งนี้ เจ้าอธิการ สุพิช รตนโชโต อายุ 45 ปี เจ้าอาวาสวัดพุทธนิมิต และมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลหนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้มีแนวคิดแปลกบวกกับความชอบด้านศิลปะ เป็นการส่วนตัว ก่อนนำมาออกแบบก่อสร้างอุโบสถของวัด เพื่อใช้ในการปฏิบัติกิจของสงฆ์ ที่มีการออกแบบประดับตกแต่งด้วยศิลปะ แตกต่างจากวัดทั่วไป และหาดูได้ยาก
วัดดังกล่าว มีการออกแบบก่อสร้างด้วย ศิลปะเชียงทอง ผสมผสานกับศิลปะล้านนา ที่ส่วนใหญ่จะพบเห็นแถบเมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว ทำให้มีรูปแบบ ลวดลายวิจิตรสวยงาม อลังการ ละเอียดอ่อน ส่วนใหญ่จะเป็นการปั้นปูน เป็นภาพนูนต่ำ เป็นหลัก ทำให้ลวดลายออกมาสวยงาม ละเอียดอ่อน สร้างความสนใจให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยทางพระเจ้าอาวาส ตั้งเป้าจะสร้างความตื่นตา เป็นกุศโลบายดึงดูดให้ประชาชน นักท่องเที่ยว เข้าวัด ฟังธรรม เป็นปริศนาธรรมสั่งสอนไปในตัว รวมถึงเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมมะ อีกด้วย นอกจากนี้ ด้านหลังวัด ยังมีการก่อสร้างหลวงพ่อใหญ่ที่เป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ไว้ริมฝั่งแม่น้ำโขง ให้เป็นที่สักการะบูชา ของชาวไทย และชาวลาว

เจ้าอธิการ สุพิช รตนโชโต กล่าวถึงที่มาของการสร้างอุโบสถว่า หลังจากได้บวชมาเป็นเวลา 23 พรรษา ในอดีตได้เดินธุดงค์มาจนกระทั่งพบวัดแห่งนี้ที่มีความร่มเย็น ติดกับแม่น้ำโขง จึงได้พัฒนาบุกเบิกเป็นวัดมาตั้งแต่ปี 2538 ทำให้ชาวบ้านมีจิตศรัทธา ร่วมพัฒนา ก่อสร้างวัดอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี 2547 ได้มีการออกแบบสร้างอุโบสถ เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติกิจของสงฆ์ รวมระยะเวลา 9 ปี แล้วเสร็จสมบูรณ์ ประมาณปี 2557 ที่สำคัญ อุโบสถแห่งนี้ได้มีวัตถุประสงค์ เป้าหมาย เน้นในเรื่องความแตกต่างโดดเด่นจากวัดทั่วไป เนื่องจากมีความชอบศิลปะเป็นการส่วนตัว จึงได้นำเอาศิลปะเชียงทองผสมล้านช้าง มาผสมผสานงานประติมากรรม ซึ่งส่วนใหญ่จะพบเห็นตามวัดแถบเมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว ถือว่าหาดูได้ยาก
เจ้าอาวาสวัดพุทธนิมิตเปิดเผยอีกว่าได้ออกแบบร่วมกับช่างศิลป์ที่รู้จักกัน ร่วมกันสร้างขึ้นใช้เงินงบประมาณราว 28 ล้านบาท เป็นปัจจัยจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งหมด ซึ่งอุโบสถแห่งนี้จะมีจุดเด่น ตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้างฐานด้วยหินแม่น้ำโขง หลังคามุงด้วยกระเบื้องไม้แท้ ส่วนลวดลายฝาผนัง หน้าจั่วภายนอกจะเป็นการปั้นปูน ประดับตกแต่งด้วยกระจกเงา สร้างความสวยงาม วิจิตรตระการตามากขึ้น บันไดทางขึ้นจะมีการปั้นรูปพญานาค รวมถึงพญานาคครึ่งคน ที่เป็นองค์นาคี นาคา สื่อถึงตำนานพญานาคที่มีอิทธิฤทธิ์ ที่สามารถแปลงร่างเป็นคนได้ ไปจนถึง สิงห์ทิพย์ ที่ออกแบบลวดลายผสมผสานกึ่งสัตว์ในวรรณคดี ให้มีรูปแบบลวดลายที่สวยงามโดดเด่น ส่วนรอบหลังคา จะประดับด้วยสัตว์ประจำปีเกิด 12 นักษัตร ส่วนภายในจะเขียนด้วยสีน้ำ เป็นพุทธประวัติ และประเพณีอีสาน ฮีต 12 ครอง 14 และภายในจะมีพระพุทธรูป พระพุทธชินราช ประดิษฐานไว้ ถือว่าเป็นศิลปะการก่อสร้างที่สวยงาม หาดูได้ยาก

สำหรับเจตนาในการก่อสร้าง ได้มุ่งเน้นในเรื่องของปริศนาธรรม ที่ต้องการสร้างจุดเด่นให้ประชาชน นักท่องเที่ยว ลูกหลานเยาวชน สนใจเข้ามาวัด ได้มาเยี่ยมชม และได้รำลึกถึงประวัติความเป็นมาของพระพุทธเจ้า และความสำคัญของพระพุทธศาสนา เป็นการเป็นการขัดเกลาจิตใจของคนไปด้วย อย่างน้อยเมื่อเข้าวัดจะได้ความสงบ ร่มเย็น เนื่องจากปัจจุบันสังคมเปลี่ยนไป ทำให้คนไม่ค่อยเข้าวัดฟังธรรม จึงต้องใช้กุศโลบาย เข้ามาช่วย โดยทางวัดยินดีต้อนรับประชาชน นักท่องเที่ยว ที่จะเข้ามาเที่ยวชม หรือร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา นอกจากจะได้มาเยี่ยมชมกราบไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ในอุโบสถ ยังจะได้กราบไหว้นมัสการหลวงพ่อใหญ่ หน้าตักประมาณ 10 เมตร สูงเกือบ 20 เมตร ที่สร้างขึ้นริมแม่น้ำโขงหลังวัด เป็นการแสดงออกถึงความเลื่อมใสศรัทธาของชาวไทย ชาวลาว ในพระพุทธศาสนา จากอดีตถึงปัจจุบัน พร้อมขอเจริญพรญาติโยมมาเที่ยวชม


