วันที่ 2 กุมภาพันธ์ นายนครินทร์ สุทัตโต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เปิดเผยว่า จากกรณีที่ผากระทังถล่มลงมา ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านท่าล้ง หมู่ที่ 5 ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1.5 กม.ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการถล่มครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี และห่างจากจุดภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์เพียง 6 กิโลเมตร สาเหตุที่หินถล่ม เกิดจากการกัดกร่อนของน้ำ และถูกผลกระทบจากสภาพอากาศมาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับสภาพของหน้าผา เป็นหินดินดาน และหินทราย หากถูกกัดกร่อนอย่างหนักก็ส่งผลให้หินมีการคลายตัวและหลุดออกมาได้ สภาพหินที่บริเวณจุดภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ก็เป็นลักษณะคล้ายกัน ที่ผ่านมามีการหลุดและแตกร้าวมาอย่างต่อเนื่องแต่เป็นเพียงเศษหินก้อนเล็ก จึงไม่เสี่ยงอันตรายต่อนักท่องเที่ยว แต่การถล่มของผากระทังในพื้นที่ใกล้เคียง อาจเป็นสัญญาณเตือนให้ต้องมีการป้องกันจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทำให้เกิดความห่วงใยต่อความมั่นคงของหน้าผาบริเวณผาแต้ม ซึ่งมีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับที่ผากระทังหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นร่วมกับนักธรณีวิทยา สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 (ขอนแก่น)พบว่าบริเวณผาแต้มมีรอยแตกของชั้นหินที่อาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดหินถล่มอยู่หลายจุดแต่เป็นรอยแตกที่ไม่ใหญ่มากนัก และบางส่วนเป็นรอยแตก รอยแยกแบบปกติที่มีในชั้นหินทรายโดยทั่วไป ซึ่งอย่างไรก็ตามทางอุทยานแห่งชาติผาแต้มได้มีการเฝ้าระวังและมีมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับนักท่องเที่ยว โดยในเบื้องต้นทางอุทยานแห่งชาติผาแต้มได้ทำการติดตั้งป้ายเตือนอันตรายระวังหินถล่มเป็นการเร่งด่วนในจุดที่มีการแตกของหินและมีความเสี่ยงที่จะเกิดหินถล่มและห้ามนักท่องเที่ยวลงไปชมหน้าผากรณีฝนตก ซึ่งอาจได้รับอันตรายถึงขั้นบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ รวมทั้งอาจจะต้องตัดทางเดินใหม่เพื่อให้ห่างจากหน้าผา

นายนครินทร์ สุทัตโต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม กล่าวว่าทางอุทยานแห่งชาติผาแต้มยังไม่มีการสั่งปิดอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ปัจจุบันยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมตามปกติ แต่เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทางเจ้าหน้าที่ได้นำป้ายแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว “ระวังหินหล่น” ไปติดในบริเวณจุดที่นักท่องเที่ยวต้องใช้เดินชมภาพเขียนสีที่มีความเสี่ยงเรียบร้อยแล้ว สำหรับในกรณีที่มีก้อนหินหลุดร่อนเป็นบางส่วนลักษณะดังกล่าว เป็นความผุกร่อนของชั้นหินดินดานที่แทรกตัวสลับกับชั้นของหินทรายบริเวณภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากรประกอบด้วย นายสมชาย ณ นครพนม นักโบราณคดีทรงคุณวุฒิ, นายศิริชัย หวังเจริญตระกูล ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การอนุรักษ์, นายสมัคร ทองสันฑ์ นายช่างศิลปากรอาวุโส และนายฤทธิเดช ทองจันทร์ ได้เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณภาพเขียนสีทั้งสี่กลุ่มที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้เพื่อประเมินว่าจะหามาตรการอย่างไรในการที่จะอนุรักษ์ภาพเขียนสีไว้ให้นานที่สุด นอกจากนี้ กรมทรัพยากรธรณี แจ้งว่านายทศพร นุชอนงค์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรธรณี จะเดินทางเข้าพื้นที่อุทยานผาแต้ม พร้อมผู้เชี่ยวชาญ จากกรมทรัพยากรธรณี ประกอบด้วย ดร.น้ำฝน คำพิลัง นักธรณีวิทยาชำนาญการ ดร.ประดิษฐ์ นูเล นักธรณีวิทยาชำนาญการ และนางสาวมัลลิกา นิลล้อม นักธรณีวิทยาปฏิบัติการ โดยจะเดินทางมาตรวจสอบบริเวณหน้าผาหินกระทังที่ถล่ม เพื่อศึกษาถึงสาเหตุ แนวโน้มที่จะเกิดการถล่มในบริเวณที่มีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้มเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการพื้นที่ดังกล่าวต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพเขียนสีในอุทยานแห่งชาติผาแต้มที่พบ และเป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศไทย โดยมีกลุ่มภาพเขียน ทั้งหมด 4 กลุ่ม ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ชื่อว่า “ศิลปะถ้ำ” กลุ่มที่ 1 ผาขาม เป็นกลุ่มภาพเขียนสีจุดแรกที่อยู่ตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติศิลปะถ้ำ อยู่ด้านใต้หน้าผาของผาขามมีความสูงจากยอดเขาถึงทางราบแนวหน้าผา 260 เมตร ภาพเขียนสีกลุ่มที่ 1 นี้ อาจจะมองเห็นไม่ชัดเจนมากนักต้องสังเกตตามผนังหิน จะปรากฏภาพที่ระบายด้วยสีแดงออกคล้ำคล้ายสีน้ำหมาก ภาพที่ปรากฏคือ ภาพปลา ภาพสัตว์ 4 เท้า ที่ค่อนข้างเลือน จำนวน 1 ตัว คือ ภาพช้าง กลุ่มที่ 2 ผาแต้ม เป็นภาพเขียนสีกลุ่มที่ใหญ่อยู่ห่างจากภาพเขียนกลุ่มผาขาม 300 เมตร ภาพเขียนสีในจุดนี้ เป็นกลุ่มภาพเขียนสีที่มีขนาดใหญ่ และ ยาวถึง 180 เมตรมีหลากหลายแบบทั้งภาพคน สัตว์ และอื่นๆ กว่า 300 ภาพ ปะปนกัน บางภาพก็ซ้อนทับกันอยู่ กลุ่มที่ 3 ผาหมอนล่าง ห่างจากจุดที่ 2 ประมาณ 700 เมตร หรือเราอาจเดินกลับทางเดิม แล้วนั่งรถย้อนมาทางเสาเฉียง สู่ผาหมอนก็ได้ รถจอดได้ใกล้ศาลาแล้วเดินลงสู่ กลุ่มที่ 4 ผาหมอนบนห่างจากภาพเขียนกลุ่มที่ 3 ประมาณ 300 เมตรระยะทางเดิน แต่ทางเดินแคบและชันไม่เหมาะสำหรับเด็กเล็กที่จะเดินตามไปด้วย ค่อนข้างอันตราย แต่เป็นระยะที่เราสามารถเห็นภาพเขียนแค่เอื้อมมือถึง ภาพเขียนกลุ่มนี้อยู่บนแนวก้อนหินเดียวกับกลุ่มที่ 3 แต่อยู่ด้านบน ซึ่งภาพเขียนในกลุ่มที่ 3 และ 4 นี้ได้แก่ ภาพคน ภาพสัตว์ ภาพวาดลายเส้น และภาพฝ่ามือ เป็นต้น


