จากกรณีที่ นสพ.มติชน เปิดตำนานข้าวต้มเรือ ตาเจ๊ก กว่า 50 ปี ที่เหลือลำสุดท้ายบนสายน้ำแม่กลอง ตามรอยเท้าพ่อยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงขายชามละ 15 บาท ไปแล้วนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปเยี่ยมตาเจ็ค หรือ นายสหัส พ่วงสงเคราะห์ อายุ 60 ปี ชาวต.คลองเขิน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ที่กำลังขายข้าวต้มที่เท้งท่าน้ำของท่าเรือแสงวานิช หลังวัดเพชรสมุทรวรวิหาร พบว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยวมามุงสั่งข้าวแห้ง และข้าวต้มจำนวนมาก
นายสหัส กล่าวว่า ข้าวต้มที่เป็นที่นิยมของลูกค้าที่มารับประทานคือข้าวต้ม ข้าวแห้งเป็ด ปัจจุบันช่วงเวลา 16.30 น. เมื่อเรือเทียบท่าก็จะช่วยกันหยิบข้าวของเครื่องปรุงต่างๆ ขึ้นมาวางไว้ที่พื้นของเท้ง และจะมีพรมที่ใช้สำหรับรองนั่งมาบริการลูกค้าที่ต้องการนั่งพื้น ซึ่งมีลูกค้าแห่มาซื้อกันเป็นจำนวนมาก บางคนก็ยืนกินเพื่อเข้ากับบรรยากาศ ส่วนบางคนก็นั่งริมเท้งชมบรรยากาศที่มีสายน้ำไหลผ่านบรรยากาศจะเป็นกันเอง โดยที่บางรายถึงกับเป็นลูกค้าเจ้าประจำและจะมารับประทานเป็นประจำทุกวัน ทำให้ขายได้วันละ กว่า 400 ชาม ในช่วงเวลา 16.30 น.ไปจนถึงไม่เกิน 20.00 น. ทำให้อาจจะดูวุ่นวายมือตักไม่หยุด ปากก็จะเรียกลูกค้า สมองก็จะจำว่าถึงคิวใคร ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยจำผิดคิว แต่ตนอาจจะเสียงดังไปหน่อย แค่ลูกค้าส่วนใหญ่ก็เข้าใจว่าเป็นสไตล์ “ตาเจ๊ก”

น.ส.ปารฉัตร แปลกสกุล อายุ 23ปี ชาว ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า ตนชอบรับประทานข้าวแห้งเป็ดของตาเจ๊ก จึงเป็นขาประจำมานานกว่า 10 ปี จำได้ตั้งแต่เด็กๆก็มารับประทานข้าวต้มตาเจ๊กมาตลอด เนื่องจากรสชาติอร่อย ปริมาณมากราคาไม่แพง และยังได้บรรยากาศสบายๆ สไตล์วิถีชีวิตริมสายน้ำแม่กลองด้วย
น.ส.สุพรรษา พฤกษหิรัญ ชาว ต.สวนแตง อ.ละแม จ.ชุมพร กล่าวว่า ตนได้ยินชื่อเสียงข้าวต้มตาเจ๊กผ่านโลกโซเชียลมานานแล้ว แต่ยังไม่เคยได้มีโอกาสมาชิม แต่พอมีกระแสข่าว ” เปิดตำนานกว่า 50 ปี ข้าวต้มเรือ ‘ตาเจ๊ก’ ลำสุดท้ายบนสายน้ำแม่กลอง” และมีโอกาสมาหาญาติที่ จ.สมุทรสงคราม จึงเดินทางมาชิมข้าวแห้งเป็ดข้อ และ ข้าวต้มปลา ก็พบว่ารสชาติอร่อยสมกับเป็นตำนาน ปริมาณก็มาก ราคาก็ไม่แพง ทำให้ตนทราบถึงว่าเหตุใด ข้าวต้มเจ๊กถึงได้เป็นตำนานข้าวต้มเรือมานาน 50 ปี


