หน้าแรก ภูมิภาค หนุ่มก่อสร้าง...

หนุ่มก่อสร้างเดือดร้อนหนัก คลังเรียกเงินคืน 1 หมื่น พี่สาวแกล้งกดสละสิทธิ แค้นไม่ให้ค่าจ้าง

23.07.20 | 16:03 น.
ครอบครัวหนุ่มก่อสร้างเดือดร้อนหนัก ถูกเรียกเงินเยียวยาโควิด 10,000 คืน หลังพี่สาวภรรยาโกรธที่ไม่ยอมจ่ายเงินค่าจ้างลงทะเบียนเยียวยา 1,000 บาท ให้ตามที่ตกลงกันไว้ กลัวถูกดำเนินคดีและไม่มีปัญญาหาเงินมาจ่ายคืน ครอบครัวลำบากอยู่บ้านเช่ารวมกัน 7 ชีวิต ลูกสาว 9 ขวบ ป่วยไม่มีรูทวาร ลูกสาว 1 ขวบ 7 เดือน เป็นเด็กดาวน์ซินโดรมและโรคหัวใจรั่ว น้องชายอายุ 24 ปี ก็เป็นดาวน์ซินโดรม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือแล้ว

เมื่อวันที่ 23 ก.ค. รายงานข่าวว่า นายสมศักดิ์ จันทรชู นายอำเภอหาดใหญ่ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอหาดใหญ่ ลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือครอบครัวของนายสันติ เถิงพิทักษ์ อายุ 27 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ที่บ้านเช่า หมู่ 6 ต.ทุ่งใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา


เนื่องจากได้รับความลำบากอาศัยอยู่ด้วยกัน 7 ชีวิต ทั้งครอบครัวตัวเอง 4 คน พ่อแม่และน้องชาย ซ้ำลูกสาวอายุ 9 ขวบ ที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.3 ป่วยไม่มีรูทวาร และลูกสาวคนเล็กอายุ 1 ขวบ 7 เดือน ก็เป็นเด็กดาวน์ซินโดรมและโรคหัวใจรั่ว ในขณะที่น้องชายอายุ 24 ปี ก็เป็นดาวน์ซินโดรมด้วย

“ที่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดหนักเข้าไปอีกคือ ได้รับหนังสือจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลังให้คืนเงินเยียวยาโควิด ที่ได้รับมา 2 เดือน 10,000 บาท คืนภายใน 7 วัน เพราะพี่สาวของภรรยาได้กดสละสิทธิการรับเงินไป หนังสือถูกส่งมาเมื่อช่วงวันที่ 18 มิ.ย.”

นายสันติบอกว่า ตอนนี้ครอบครัวลำบากมาก เพราะตนกับพ่อเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการหาเลี้ยงครอบครัวจากการทำงานก่อสร้างได้คนละ 400 บาทต่อวัน ช่วงไหนไม่มีงานก็ไม่มีเงิน เดือดร้อนทั้งค่ากินอยู่ค่าเช่าเดือนละ 1,500 บาท ค่านมค่าผ้าอ้อมของลูก เฉพาะลูกสองคนที่ป่วย ด.ญ.ทิติกานต์ เถิงพิทักษ์ อายุ 9 ขวบ หรือน้องหนูนา ที่ป่วยไม่มีรูทวาร แม้จะได้รับการผ่าตัดมาตั้งแต่เด็กแต่ก็ยังมีปัญหาระบบขับถ่าย ต้องใส่ผ้าอ้อมอนามัยตลอดเวลา จนถูกเพื่อนล้อเพราะมีปัญหาเรื่องกลิ่น

Advertisement

ส่วนลูกสาวอีกคนคือ ด.ญ.รัตติกาล เถิงพิทักษ์ อายุ 1 ขวบ 7 เดือน หรือน้องรถเมล์ ซึ่งเป็นเด็กดาวน์ซินโดรมและป่วยหัวใจรั่วด้วย กำลังรอการรักษาแต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายด้วย และกินได้เฉพาะนมถั่วเหลืองเพียงอย่างเดียวกินอาหารอื่นไม่ได้

นายสันติเปิดเผยว่า ที่ตนเองและภรรยาเดือดร้อนและทุกข์หนัก นอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัวแล้ว ยังมีเรื่องเงินเยียวยา 10,000 บาท ที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังส่งหนังสือเรียกคืนให้กระทรวงการคลัง เพราะไม่มีปัญญาหาเงินไปจ่ายคืนและกลัวว่าจะต้องถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

นายสันติกล่าวว่า สาเหตุที่ถูกเรียกเงินคืนเนื่องจากพี่สาวของแฟน ซึ่งอยู่ที่ จ.อุทัยธานี ได้ไปกดสละสิทธิ เพราะไม่พอใจหลังรู้ว่าตนได้รับเงินเยียวยามา 10,000 บาท ซึ่งเป็นการโอนเข้ามาพร้อมกัน 2 งวด แล้วไม่ยอมจ่ายเงินให้พี่สาว 1,000 บาท ซึ่งเป็นเงินค่าจ้างที่พี่สาวช่วยลงทะเบียนรับเงินเยียวยาให้ เพราะตนทั้งสองทำไม่เป็น ตามที่ได้ตกลงกันว่าถ้าได้เงินแล้วจะจ่ายให้ 1,000 บาท จึงได้กดสละสิทธิเงินเยียวยาของตนไป

ทำให้ไม่ได้รับเงินเยียวยางวดสุดท้าย 5,000 บาท ต้องมาถูกเรียกเงินคืน จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ช่วยเหลือ เพราะตนลำบากจริงและไม่ได้เป็นคนยกเลิกเงินเยียวยา และอยากทราบว่าจะต้องทำอย่างไรหรือติดต่อหน่วยงานใดที่ไม่ต้องคืนเงิน 10,000 บาท เพราะตนไม่มีปัญญาจริงๆ

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอหาดใหญ่ได้รับเรื่องเอาไว้และจะประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบกับเรื่องเงินเยียวยา 5,000 บาท ว่ากรณีแบบนี้จะต้องทำอย่างไรหรือให้การช่วยเหลือแบบไหนได้บ้าง

ส่วนกรณีลูกสาวทั้งสองคนที่ป่วยได้ประสานไปยังสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สงขลาและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอหาดใหญ่ เพื่อทำเรื่องให้เป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ รวมทั้งการช่วยเหลือเรื่องอาชีพที่ให้ภรรยาและแม่สามารถทำที่บ้านได้เพื่อให้มีรายได้เพิ่มเติมและได้ดูแลลูกที่ป่วยไปพร้อมๆ กัน

สำหรับผู้ใจบุญที่ต้องการช่วยเหลือครอบครัวของนายสันติ สามารถโทรศัพท์ไปที่หมายเลข 06-4797-2863 และ 06-2240-0056