ชาวนราธิวาสแห่นำทองไปขาย หลังราคาขยับเกือบแตะ 3 หมื่นบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ค. บรรยากาศตามห้างทองในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งอยู่บริเวณถนนภูผาภักดี ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส พบว่า ที่ห้างทองฮ้างหว่าเต้ง 1 ถ.ภูผาภักดี ปรากฏว่าเนืองแน่นไปด้วยผู้มาใช้บริการ ได้มีบรรดาลูกค้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิมที่เดินทางมาจากหลากหลายพื้นที่ใกล้เคียงของ จ.นราธิวาส เข้าไปใช้บริการตามห้างทองต่างๆ อย่างหนาตาตั้งแต่ช่วงเช้าจรดช่วงเย็นก่อนที่ห้างทองจะปิดให้บริการ
โดยพบว่าการไปใช้บริการในห้างทองทุกๆห้างของ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นช่วงใกล้ถึงเทศกาลฮารีรายออีดิ้ลอัฏฮา ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1440 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 31 ก.ค.63 คือวันศุกร์ที่จะถึงนี้ และถือเป็นวันหยุดราชการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งสถานประกอบการที่มีลูกจ้างและพนักงานที่นับถือศาสนาอิสลาม

ทั้งนี้จากการที่ราคาทองคำได้ขยับขึ้นเป็นระยะ จนเกือบแตะ 30,000 บาท ทำให้ราคาทองรูปพรรณแตะอยู่ที่บาทละ 29,600 บาท ใกล้แตะ 30.000 บาทแล้ว และจากผลพวงดังกล่าวนี้ ทำให้ส่งผลกระทบต่อชาวไทยมุสลิมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อการจับจ่ายหาซื้อทองรูปพรรณมาสวมใส่
เนื่องจากตามหลักนิติศาสตร์อิสลามนั้นอนุญาตให้สุภาพสตรีสวมใส่เครื่องประดับที่ทำมาจากทองคำและเงินได้ตามประเพณีนิยม ส่วนสุภาพบุรุษไม่สามารถสวมใส่ทองคำได้ เนื่องจากเป็นสิ่งต้องห้าม และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากราคาทองที่ขยับสูงขึ้น ทำให้ชาวไทยมุสลิมที่เป็นหญิงต่างพากันนำทองรูปพรรณมาเทขายที่ห้างทองต่างๆเป็นจำนวนมากกว่าการไปซื้อทองใหม่มาสวมใส่ สำหรับลูกค้าที่มาซื้อทองคำในร้านทองจะมีของแถมให้เช่น ร่ม โต๊ะ เก้าอี้ ตุ๊กตา กะละมัง หมอน อื่นๆ
อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ทางห้างทองทุกร้านเข้มงวดตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด โดยมีการทำฉากกั้นระหว่างพนักงานและลูกค้า เน้นย้ำให้สวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ที่ร้านเตรียมไว้ในจุดที่กำหนดอีกด้วย


