ยังไม่สรุปลูกจ้างสนง.ประจวบฯโกงงบหลวง 40 ล้าน

ยังไม่สรุปลูกจ้างสนง.ประจวบฯโกงงบหลวง 40 ล้าน

กก.สอบสวนฯไร้ผลสรุปคดีลูกจ้างสำนักงานจังหวัดประจวบฯโกงงบหลวง 40 ล้าน หลังใข้ ขรก. มท.สอบกันเองนานกว่า 30 วัน

จากกรณี น.ส.ขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานราชการ สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ บุตรสาว อดีตกำนัน ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบฯถูกแจ้งดำเนินคดีข้อหายักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารปลอม เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563 หลังจากนำเงินงบประมาณของทางราชการกว่า 40 ล้านบาท จากการโอนเงินผ่านระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเลคทรอนิคส์ หรือ GFMIS โอนเข้าบัญชีส่วนตัว และ พบการกระทำความผิดในการทำข้อมูลหลักฐานเท็จจากการปลอมเช็ครวม 165 ครั้งนั้น

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม จ่าเอกเสกสรรค์ จันทร แกนนำเครือข่ายต่อต้านการทุจริต จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงในระดับจังหวัด มีปลัดจังหวัดทำหน้าที่ประธานสอบสวนทางเอาผิดวินัย และทางละเมิดกับเจ้าหน้าที่สำนักงานจังหวัดกรณีการทุจริตของลูกจ้าง โดยมีเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงมหาดไทยในจังหวัดและส่วนกลางสอบสวนกันเอง ล่าสุดได้รับแจ้งว่าจากเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแจ้งว่าการสอบสวนยังไม่เสร็จ หลังมีการแจ้งความดำเนินคดีตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2563 ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีปัญหาบางประการจากการสรุปความผิดทางละเมิด และวินัยหรือไม่ ขณะที่ก่อนหน้านี้ผู้ว่าราชการจังหวัด ยืนยันในการแถลงข่าวว่าคณะกรรมการฯจะสรุปได้ไม่เกินเดือนกรกฎาคม 2563

“ ได้ร่วมกับตัวแทนสื่อมวลชนขอทราบผลการสอบสวนโดยใช้ พรบ.ข้อมูลข่าวสาร ผ่านศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเปิดเผยผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของกรรมการทุกชุด รวมทั้งขอทราบไทม์ไลน์การสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุแต่งตั้ง น.ส.ขนิษฐา เข้าทำหน้าที่พนักงานราชการเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 ว่ามีการเปิดสอบบรรจุโดยแจ้งให้บุคคลทั่วไปเข้าสอบแข่งขันหรือไม่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด อ้างว่าไม่พบเอกสารจากสำนักงานจังหวัดเพื่อนำไปปิดประกาศการรับสมัคร และเจ้าหน้าที่ไม่พบการลงรับเอกสารทางราชการในระบบสารบรรณ ขณะที่บิดาของผู้ต้องหามีความใกล้ชิดกับอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์รายหนึ่ง ปัจจุบันยังทำธุรกิจการค้าชายแดนร่วมกันที่ด่านสิงขร “จ่าเอกเสกสรรค์ กล่าว

นายสมชาย บำรุงทรัพย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เขต 5 กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับทราบข้อสรุปการตรวจสอบข้อเท็จจริงทราบว่ามีการตั้งกรรมการสอบสวนทั้งในระดับจังหวัดและเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทย สำหรับผู้ตรวจจะมีหน้าที่สอบสวนหากพบว่าผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่ามีความบกพร่อง และจากกรณีดังกล่าวยอมรับว่า ทำให้ผู้บริหารสำนักงานจังหวัดทั่วประเทศ มีความเข้มงวด เพื่อปฎิบัติตามระเบียบในการใช้ระบบการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเลคทรอนิคส์ เพื่อไม่ให้มีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นในระบบ

ร.ต.อ.หญิง สุภาภรณ์ ดวงกัลยา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้นางสายพิณ ดิบดีคุ้ม อายุ 60 ปี พร้อมด้วย น.ส.ขนิษฐา พนักงานราชการ บุตรสาว ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันถูกควบคุมตัวในเรือนจำ จ.สมุทรสงคราม หลังจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 ไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เนื่องจากคดีมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก ล่าสุดคดีนี้ยังไม่มีการออกหมายจับผู้ใดเพิ่ม ส่วนแนวทางการสอบสวนมีเพียงนางประชิต วงศ์ประภารัตน์ นักวิชาการการเงินและบัญชี ชำนาญการ เจ้าหน้าที่สำนักงานจังหวัดเพียงรายเดียว ที่เรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหา ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 คาดว่าจะสรุปสำนวนส่งอัยการศาลคดีทุจริตภาค 7 ได้ช่วงกลางเดือนสิงหาคมนี้ โดยรอผลการตรวจสอบลายมือชื่อเจ้าหน้าที่สำนักงานจังหวัดทุกรายที่ปรากฎในเอกสารการเงิน และหากได้รับผลการตรวจสอบล่าช้า พนักงานสอบสวนจะต้องสรุปสำนวนส่งอัยการฯก่อนครบฝากขัง น.ส.ขนิษฐา ผัดที่ 7

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘สุราษฎร์’ ฟาดเผด็จการกลางฝน แต่งดำจี้ยุบสภา เขียนป้ายผ้าที่สะพานนริศ
บทความถัดไปอ่อมปูปลาร้าเห็ดตับเต่า โดย กฤช เหลือลมัย