สุดทน! ประมงพื้นบ้านละงูลุกฮือ ขอไฟฟ้าส่องสว่าง เคลียร์ปัญหาคาใจ หน.อุทยานฯหมู่เกาะเภตรา 

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2563 เวลา 16.00 น. มีชาวบ้านจากหมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 6 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จ.สตูล ประมาณ 200 คน นำโดยนายอำหรน องศารา อายุ50ปี อยู่บ้านเลขที่ 35 5หมู่ที่ 4 ต.ปากน้ำ อ.ละงู ได้รวมตัวชุมนุมประท้วงปิดถนนทางเข้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา บ้านอ่าวนุ่นหมู่ที่ 4 ต.ปากน้ำ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นประมงพื้นบ้านและที่ผ่านมาเคยนำเรือไปจอดบริเวณชายฝั่งหน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติเภตรา และบริเวณไกล้เคียง

ดังนั้น จึงได้ขอไฟฟ้าส่องสว่างจากทางการ ไปติดตั้งเพื่อให้บริเวณดังกล่าวสว่างเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับชีวิตทรัพย์สินและอำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้าน ที่นำเรือเข้า-ออกชายฝั่ง แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบทนำเสาไฟฟ้าไปลงทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ไม่ยอมให้ติดตั้ง ชาวบ้านจึงรวมตัวประท้วงโดยการนำเรือขึ้นมาขวางทางเข้าอุทยานฯเภตรา ต่อมาหัวหน้าอุทยานฯยอมให้ติดตั้งเสาไฟฟ้าได้ หลังจากนั้นชาวบ้านได้นำเรือออก

แต่ยังคงเรียกร้องขอให้สามารถจอดเรือบริเวณชายฝั่งหน้าที่ทำการอุทยานแห่งชาติเภตราและบริเวณไกล้เคียง เพราะเคยจอดมานานแล้ว แต่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่อุทยานฯห้ามไม่ให้ชาวบ้านจอดเรือบริเวณดังกล่าว อีกทั้งสอบถามเรื่องก่อนหน้านี้ได้มีการสั่งห้ามหิ้วเบ็ดตกปลาเข้าในเขตอุทยานฯซึ่งเป็นเครื่องมือหากิน โดยอ้างว่าไม่เหมาะสมทั้งก่อนหน้านี้วิถีชีวิตชาวบ้านก็อยู่แบบนี้มาอย่างยาวนานก่อนมีการตั้งอุทยานฯเสียอีก รวมทั้งการสั่งห้ามหาหอยชายหาด และปัญหาที่หมักหมมมากมาย ที่มีการสั่งห้ามผ่านผู้ใต้บังคับบัญชาผ่านมายังชาวบ้านจนเหลืออด และขอพบหัวหน้าเพื่อพูดคุย .

ต่อมานายวิทยา บัวพล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ได้พบชาวบ้านและร่วมประชุมหาข้อยุติที่ศาลากลางน้ำในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา โดยทางนายวิทยา บัวพล ได้กล่าวขอโทษชาวบ้านที่มีการสื่อสารกับชาวบ้านผิด พร้อมยกมือขอโทษและขอรับผิดเพียงผู้เดียว ส่วนการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างสามารถดำเนินการได้เลยตนอนุญาต ในขณะที่การนำเรือเข้าจอดบริเวณชายฝั่งที่ทำการอุทยานฯหมู่เกาะเภตราก็สมารถจอดได้แต่ขอร้องให้เก็บเครื่องมือตกปลาให้มิดชิดเพราะกลัวนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางผ่านไป-มาเข้าใจผิดว่าจับปลาในเขตอุทยานฯกระทั่ง

จากนั้นชาวบ้านและผู้ทรงคุณวุฒิในหมู่บ้านหลายคนได้สอนมวยหน.อุทยานฯ ถึงการได้สิทธิถือกฎหมายในมือไม่ใช่ใช้แต่อำนาจ จนหลงลืมดูวิถีชีวิตคนในหมู่บ้านรอบอุทยานฯ ว่าเขาเป็นอยู่กันอย่างไร ไม่เคยลงมาพูดคุยหรือสอบถามเพื่อหามวลชนความร่วมมือ ซึ่งเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการชุดแก้ไขปัญหาระดับหมู่บ้านเพื่อร่วมกันพูดคุยและหารือปัญหาต่าง ๆ ร่วมกันโดยสื่อสารโดยตรงถึงชาวบ้าน เวลา18.30 น.ชาวบ้านสลายตัวด้วยความพอใจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรุงศรีเผยเงินบาททรงตัว หลังกนง. คงดอกเบี้ย มองแนวโน้มเงินบาทผันผวนมากขึ้น   
บทความถัดไป‘เจมาร์ท’ ย้ำมาตรการปรับลดเพดานดอกเบี้ยของ ‘แบงก์ชาติ’ ไม่กระทบธุรกิจ