พ่อ เสียใจ ลูกสาวถูกฆ่าหมกร่องน้ำสวนปาล์ม วอนคนร้ายมอบตัวโทษหนักจะได้เป็นเบา

พ่อ เสียใจ ลูกสาวถูกฆ่าหมกร่องน้ำสวนปาล์ม วอนคนร้ายมอบตัวโทษหนักจะได้เป็นเบา

จากกรณีพบศพถูกฆ่าหมกอยู่ในร่องน้ำ ม.4 บ้านพรุใหญ่ ต.กระโสม อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา พบผู้เสียชีวิตสภาพนอนคว่ำ อยู่ในร่องน้ำอยู่กลางสวนปาล์มน้ำมัน ของอดีตผู้ใหญ่บ้าน ห่างจากถนนเพชรเกษมประมาณ 2 กิโลเมตร ผู้เสียชีวิตเป็นเพศหญิง อายุประมาณ 30 ปี อยู่ในสภาพเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง สวมเสื้อคอปกสีดำแถบส้ม กางเกงขาสั้นสีดำ จากการชันสูตรพลิกศพ พบว่าผู้เสียชีวิตเส้นผมเริ่มหลุดออกจากศีรษะ มีบาดแผลเป็นรูตรงกกหูด้านชวา ขนาดเท่ากำปั้น มีผ้าขนหนูสีฟ้ารัดอยู่ที่คอ ลิ้นจุกปาก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4-5 วัน โดยสอบถามถึงรูปพรรณ ของผู้เสียชีวิต ชาวบ้านยืนยันว่าเป็นคนจังหวัดอื่นแต่มาอาศัยทำมาหากินอยู่ในพื้นที่หลายปีแล้ว และบัตรประชาชนของผู้ตายทราบชื่อ นางสาวเหลือง พระชะนะ อายุ 38 ปี อาชีพหาปูเปรียวขาย เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าโดนฆาตกรรม ก่อนจะถูกคู่กรณีใช้ผ้ารัดคอจนขาดอากาศหายใจ และใช้ของแข็งทุบที่ศรีษะจนกระโหลกแตกร้าวทำให้เสียชีวิต

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่วัดถ้ำตาปาน ต.ท้ายช้าง อ.เมือง จ.พังงา หลังจากพบศพ นส.เหลือง พ ถูกคนร้ายฆ่าโหดหมกร่องน้ำในสวนปาล์มน้ำมัน ที่ผ่านมา โดยมีนายสรพงษ์ ช่วยมั่นคง นายจ้างรับซื้อปูเปรี้ยว ที่เกิดความสงสาร จึงรับศพไปดำเนินการให้ และออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา มีเพียงนายจ้าง นายวันนาจอ อายุ 36 ปี สัญชาติเมียนมา ซึ่งเป็นแฟนผู้ตายพร้อมด้วยพ่อและญาติของผู้ตาย ที่เพิ่งเดินทางมาถึงช่วงบ่ายของวันนี้

นายวันนาจอ  กล่าวว่า ตนเองอยู่กินกับผู้ตายมาประมาณ 2 ปีกว่า ก่อนหน้านี้อยู่บ้านเช่าด้วยกัน เมื่อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 เข้ามา มีการตรวจเข้มตนจึงไปพักในเมืองพังงากับน้อง แต่ก็ยังมาหาผู้เสียชีวิตเป็นระยะ เพราะตนเองก็มีอาชีพจับปูเปรี้ยวขายเหมือนกัน จนเมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนได้โทรศัพท์ไปหาผู้เสียชีวิต ถามว่าจะไปจับปูเปรี้ยวด้วยกันหรือไม่ ซึ่งผู้ตายก็ตอบมาว่าไป ตนจึงบอกให้ผู้เสียชีวิตออกมารอหน้าปากซอย แต่ผู้ตายบอกไม่ออกไปแล้ว เพราะฝนตก ตนจึงไปจับปูเปรี้ยวคนเดียว จากนั้นก็ขาดการติดต่อไป จนมาทราบข่าวอีกที่ว่าแฟนเสียชีวิตแล้ว ก่อนหน้านี้ที่อยู่ด้วยกันก็ไม่ทราบว่าแฟนไปมีปัญหากับใครหรือเปล่า

ด้านนายสนอง พระชะนะ อายุ 71 ปี บิดาของผู้ตาย กล่าวว่า ลูกสาวออกจากบ้านตั้งแต่วัยรุ่น ไม่เคยติดต่อกลับมาบ้านเลย และไม่รู้ด้วยว่าไปอยู่จังหวัดไหน ทำอะไร ส่วนตนเองก็ย้ายมาอยู่จ.ชุมพร และตั้งรกรากอยู่ที่นี้จนถึงปัจจุบัน จนเมื่อวานมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อไปบอกว่าลูกตัวเองเสียชีวิตแล้ว ตนเองรู้สึกตกใจมากแน่นหน้าอกขึ้นมาทันที เพราะตนเองมีโรคประจำตัวอยู่ต้องกินยาอยู่ประจำ วันนี้ก็เลยนั่งรถประจำทางจากจ.ชุมพรมาพังงา รู้สึกเสียใจบอกกับลูกว่าช่วยจับคนร้ายให้ได้ ทั้งนี้อยากให้คนที่ทำกับลูกตนเอง ออกมามอบตัวโทษหนักจะได้เป็นเบา ส่วนเรื่องเผาศพทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าน่าจะเป็นวันที่ 10 สิงหาคม เพราะยังไม่ได้ใบมรณะบัตรมาจึงยังเผาศพลูกไม่ได้ เนื่องจากเสียชีวิตโดยไม่ปกติ ต้องมีใบรับรองจากแพทย์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon