หน้าแรก ภูมิภาค สลด ครอบครัวป...

สลด ครอบครัวประมงทุกข์หนัก อยู่บ้านพักผุแออัด 7 ชีวิต เรือหางยาวพัง หมดหนทางเลี้ยงชีพ

1.08.16 | 13:40 น.

วันที่1 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง ว่า พบครอบครัวชาวประมงฐานะยากจนอาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 8 คน ภายในบ้านพักสภาพชำรุดทรุดโทรม ริมชายฝั่งใกล้ท่าเรือบ้านบ่อม่วง ม.4 ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม จ.กระบี่ มีความเป็นอยู่แออัดและรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย แต่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดูแล จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบนายชลิต ห้วยลึก อายุ 54 ปี พร้อมด้วยภรรยาคือ นางพรทิพย์ หยังหลัง อายุ 44 ปี และลูกๆ รวม 6 คน ประกอบด้วย น.ส.นวินดา ห้วยลึก อายุ 22 ปี น.ส.ศรัณ์พร อายุ 18 ปี ด.ช.ธนากร อายุ 14 ปี ด.ญ.กรรณิกา อายุ 9 ปี ด.ช.ธันวา อายุ 8 ปี และด.ช. ฉันทวัฒน์ อายุ 6 ปี อาศัยอยู่ด้วยกันภายในบ้านหลังดังกล่าว เลขที่ 9/12 ม.4 ต.ทรายขาว ซึ่งปลูกอยู่ริมทะเลในย่านชุมชนชาวประมง สภาพบ้านพักชำรุดทรุดโทรมหลังคามุงสังกะสีเก่าๆ ขึ้นสนิมทั้งหลัง มีรูรั่วหลายจุด ส่วนฝาผนังก็กั้นด้วยไม้ไผ่และสังกะสีสภาพไม่ต่างกัน นอกจากนี้พื้นบ้านในส่วนที่เป็นห้องครัวก็ผุพังเป็นรูโหว่ ภายในบ้านนอกจากหลอดไฟฟ้าแล้ว มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่ 2 ชิ้นคือพัดลม และกระติกน้ำร้อนเก่าๆ เวลาหุงข้าวก็ต้องใช้ฟืนก่อไฟหุงในเตา ส่วนห้องน้ำในบ้านไม่มี ต้องไปอาศัยบ้านญาติ

นายชลิต เล่าว่า ตอนนี้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ลำบากมาก เนื่องจากไม่ได้ออกไปทำประมงหลายวันแล้ว เพราะเรือหางยาวที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินชิ้นสุดท้ายพังเสียหายไปตามสภาพเพราะใช้งานมานานหลายปี ส่วนเครื่องเรือที่ยืมมาก็ต้องนำไปคืนเจ้าของ ชีวิตความเป็นอยู่ลำบากมาก บางวันก็ไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ ต้องไปกู้ยืมเงินนอกระบบ ซึ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยแพง แต่ก็จำเป็นเพราะจะได้ให้ลูกๆ ไปโรงเรียน ซึ่งตอนนี้ลูกเรียนอยู่ชั้นประถม 2 คน คือ ด.ช.ธันวา เรียนอยู่ชั้น ป.1 และด.ญ.กรรณิกา เรียนอยู่ชั้น ป.3 ได้เงินไปโรงเรียนวันละ 10 บาท ส่วนคนที่เรียนจบชั้น ป.6 แล้ว ก็ให้ไปช่วยงานตน บางคนก็ออกไปรับจ้างข้างนอก แต่ก็ไม่พอค่าใช้จ่าย เพราะรายได้วันละ 250 บาท บางวันก็ไม่ได้เลย และตอนนี้ลูกสาวคนรอง น.ส.ศรัณ์พร ห้วยลึก อายุ 18 ปีก็แยกไปมีครอบครัวแล้ว จึงเหลือสมาชิกอยู่ในบ้านตอนนี้ 7 คน แต่รายได้ก็ยังไม่พอ เพราะไม่ได้ทำงาน ประกอบกับตอนนี้ก็เป็นโรคเบาหวานอยู่ด้วย ต้องไปหาหมอรักษาตามนัด แต่ก็ได้ไปบ้างไม่ได้ไปบ้างเพราะไม่มีเงิน

นายชลิต กล่าวว่า ตอนนี้ก็ไม่มีเงินไปหาซื้อเรือลำใหม่ ขนาดเรือเก่า ๆ ลำหนึ่งตกประมาณ 3 หมื่นบาท ถ้าได้เรือความเป็นอยู่ก็คงจะดีขึ้น เพราะตนและภรรยาถนัดอาชีพประมง ส่วนบ้านแม้จะเก่าแต่ก็พอทนอยู่ได้ ไม่ต้องหยิบยืม และที่เป็นห่วงมากที่สุดคือลูกชายคนเล็ก คือด.ช.ฉันทวัฒน์ หรือ น้องฟาริด อายุ 6 ขวบแล้วมีสภาพร่างกายปกติ แต่จนถึงขณะนี้ยังพูดไม่ได้ ร้องไห้อย่างเดียว อยากจะพาไปรักษา แต่ก็ไม่มีเงิน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ ทั้งนี้ สำหรับผู้ใดที่ประสงค์จะช่วยเหลือครอบครัวนายชลิต สามารถบริจาคเงินได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรฯ (ธ.ก..ส.)สาขาคลองท่อม ชื่อบัญชี ชลิต ห้วยลึก หมายเลขบัญชี 02007581133

201608011246324-20151120115129