หน้าแรก ภูมิภาค โคกหนองนาโมเด...

โคกหนองนาโมเดล หนุ่มใหญ่พลิกไร่มัน ปลูก’อินทผลัม’โกยเงินล้าน

27.08.20 | 17:50 น.

โคกหนองนาโมเดล
หนุ่มใหญ่พลิกไร่มัน
ปลูก’อินทผลัม’โกยเงินล้าน

จากสถานการณ์ฝนตกติดต่อกันเป็นเวลาหลายวันใน จ.กาฬสินธุ์ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบ้านเรือนและถนนหลายสาย ซึ่งระดับน้ำหลายจุดสูงกว่า 60-80 เซนติเมตร ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้ยานพาหนะสัญจรผ่านไปมายากลำบาก เกิดการจราจรติดขัดเกือบทุกเส้นทาง นอกจากนี้พื้นที่ทางการเกษตรก็ล้วนประสบปัญหาพืชไร่เสียหาย ซึ่งในพื้นที่จ.กาฬสินธุ์ เกษตกรส่วนใหญ่ปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง ต้องประสบปัญหาขาดทุนและน้ำท่วม ทำให้หันมาปลูกอินทผลัมควบคู่กับการเกษตรผสมผสาน โดยใช้เวลาเพียง 5 ปี ประสบความสำเร็จสร้างรายได้ปีละนับล้านบาท และกลายเป็นแหล่งเรียนรู้โคกหนองนาโมเดลให้เกษตรกรทั่วไปศึกษาดูงาน
สถาพร กาพย์กลอน หนุ่มใหญ่วัย 53 ปี เจ้าของสวนสถาพรอินทผลัม ชาว ต.สมสะอาด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ พลิกผืนดินที่เคยปลูกอ้อยและมันสำปะหลังหันมาปลูกอินทผลัม ควบคู่กับการเกษตรผสมผสาน จวบจนพัฒนากลายเป็นแหล่งเรียนรู้โคกหนองนาโมเดลให้เกษตรกรทั่วไปศึกษาดูงานนายธีระศักดิ์ ยมสวัสดิ์ เกษตร จ.กาฬสินธุ์ และคณะนำสื่อมวลชน ลงพื้นที่ติดตามความสำเร็จของเกษตรกรต้นแบบ ตามโครงการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ข่าวสารงานส่งเสริมการเกษตร ปีงบประมาณ 2563 สำนักงานเกษตร จ.กาฬสินธุ์ โดยมีเกษตรอำเภอกุฉินารายณ์ พร้อมด้วยนักวิชาการเกษตร และนายสถาพรเจ้าของสวนสถาพรอินทผลัมให้ข้อมูล

นายสถาพรกล่าวว่า ก่อนที่จะมาปลูกอินทผลัมนั้นพื้นที่ตรงนี้เคยปลูกพืชไร่แบบดั้งเดิมหลายชนิด เช่น บวบงู บวบหอม ฟักทอง แตงโม แตงไท โดยเฉพาะอ้อยและมันสำปะหลัง แต่ราคาไม่แน่นอนและประสบปัญหาขาดทุน บางปีฝนทิ้งช่วงประสบภัยแล้งขณะที่บางปีฝนตกชุกน้ำท่วมผลผลิตเสียหาย เช่น หัวมันเน่าเสียหายหมดเป็นปัญหาซ้ำซากจึงหันมาปลูกอินทผลัมซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่

“แรงบันดาลใจที่หันมาเลือกปลูกอินทผลัมคือเห็นเกษตรกรหลายพื้นที่ปลูกอินทผลัมกันมากขึ้น และผลอินทผลัมเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทุกระดับ เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ จึงมองว่ามีอนาคตราคาจำหน่ายผลผลิตสูงกว่าพืชผลทั่วไป จึงได้ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกอินทผลัม รวมทั้งการจัดการในแปลงและแนวทางการตลาด จากเกษตรกรหลายจังหวัด เช่น จ.อุดรธานี เพชรบูรณ์ และ จ.นครราชสีมา ก่อนที่จะเริ่มทดลองปลูก ในปี 2559 ปลูกครั้งแรกเป็นสายพันธุ์เพาะเมล็ดแต่ให้ผลผลิตและคุณภาพที่ดีนัก จึงเปลี่ยนมาเป็นพันธุ์เพาะเนื้อเยื่อพันธุ์บาฮี ที่คุณภาพที่ดีให้ผลผลิตสูง ผลโต สีเหลืองสด รสชาติหวาน กรุบกรอบ ซึ่งสามารถควบคุมเพศและคุณภาพของอินทผลัมอีกด้วย เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อ้อย ขุดสระน้ำ 4 บ่อ และพืชล้มลุกชนิดต่างๆ 10 ไร่ ปลูกอินทผลัม 10 ไร่ จำนวน 250 ต้น ให้ผลผลิตเฉลี่ยต้นละ 70-100 กิโลกรัม ซึ่งเก็บเกี่ยวผลผลิตจำหน่ายปีนี้เป็นปีที่ 4 ขายส่งราคา กิโลกรัมละ 250-300 บาท ขายปลีกหน้าสวน กิโลกรัมละ 350-400 บาท รายได้ เฉลี่ยวันละ 2,000-3,000 บาท รวมรายได้ปีละประมาณ 1 ล้านบาท”ด้านนายธีระศักดิ์กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของนายสถาพร เจ้าของสวนสถาพรอินทผลัมที่ประสบความสำเร็จ นับเป็นเกษตรกรต้นแบบหัวก้าวหน้า ทางสำนักงานเกษตร จ.กาฬสินธุ์จึงได้เข้ามาสนับสนุน เพื่อให้มีการต่อยอดโดยสร้างองค์ความรู้ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกรทั่วไปได้เข้ามาดูเป็นต้นแบบ การเกษตรทางเลือกใหม่และเกษตรผสมผสาน นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการที่หลากหลาย เชื่อมโยงกลุ่มเกษตรกรที่ปลูกพืชผลชนิดอื่น รวมทั้งร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชน จ.กาฬสินธุ์ ผลักดันเข้าร่วมโครงการโคกหนองนาโมเดล โดยจัดสรรพื้นที่ทำการเกษตร การประมง จัดเป็นร้านบ้านไม้กาแฟ ชมบรรยากาศของการเกษตรแบบผสมผสาน เมนูแนะนำกาแฟอินทผลัมสด ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางร้านอีกด้วย

“ในอนาคตสวนสถาพรอินทผลัมจะมีศักยภาพเป็นแปลงต้นแบบการเกษตรแบบผสมผสานและโคกหนองนาโมเดล ตั้งเป้าเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร แหล่งศึกษาเรียนรู้ทางการเกษตร แหล่งเรียนรู้ทำผลิตภัณฑ์แปรรูปเกี่ยวกับผลผลิตทางการเกษตร ทั้งนี้ เพื่อเป็นต้นแบบแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้ชาวบ้านเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจ มาเรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์เป็นแหล่งเกษตรทางเลือก นอกเหนือจากการทำนาข้าว ไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง และต้องการทำการเกษตรผสมผสานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและโคกหนองนาโมเดลดังกล่าว” นายธีระศักดิ์กล่าว