ญาติเหยื่อเหยียบทุ่นระเบิดนิมนต์พระสวดเชิญวิญญาณกลับบ้านเกิดครอบครัวยากจน วอนช่วยเหลือ
ญาติเหยื่อเหยียบทุ่นระเบิดรถถังนิมนต์พระสวดเรียกวิญญาณคนตายกลับบ้านเกิด ทำพิธีเผาพรุ่งนี้พบครอบครัวยากจน ขาดเสาหลัก อยู่กับตายาย วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ครอบครัวและญาติพี่น้องของ น.ส.มุนิลตา สาลีมี อายุ 44 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เหยียบทุ่นระเบิดดักรถถังขนาดกลาง ขณะเข้าป่าหาเห็ด จนทำให้ ชิ้นส่วนร่างกายฉีกขาดกระเด็นไปคนละทิศละทางด้วยแรงระเบิดที่รุนแรง ที่บริเวณป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ ติดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้กับช่องพริก ทิศใต้บ้านตระเวง หมู่ 2 ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้นิมนต์พระสงฆ์ 2 รูป เพื่อไปประกอบพิธีสวดมนต์เรียกดวงวิญญาณให้กลับบ้านเกิด ก่อนจะไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลและประกอบพิธีฌาปนกิจศพที่บ้านเกิดต่อไป โดยมีเจ้าหน้าที่ ตชด.214 และ จนท.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญในการอำนวยความสะดวก เดินนำทางเข้าไปในป่าดังกล่าว
สำหรับผู้เสียชีวิตมีลูก 3 คน โดยจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 30 ส.ค.ที่วัดบ้านทุ่งทุ่งหลวง ต.ห้วยตึ๊กชู อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ หากผู้ใจบุญต้องการช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษาบุตรชายของผู้เสียชีวิต สามารถโอนเงินบริจาคช่วยเหลือได้ที่บัญชีธนาคารออมสิน
น.ส.สุมินตรา บุญเรือง ลูกสาวคนโตของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า แม่ของตนมีความฝันอยากสร้างบ้านให้ตายายอยู่ แต่ไม่ทันได้สร้าง ยังไม่สำเร็จ ก็มาเสียชีวิตก่อน น้องชายก็กำลังเรียนหนังสือ ตนเองก็ต้องไปทำงานต่างจังหวัดกับครอบครัว ไม่มีเสาหลักดูแลน้องๆและตายายแล้ว รู้สึกใจหายและยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา ผู้เสียชีวิตพร้อมเพื่อนบ้านและญาติจำนวน 9 คน เป็นชาย 3 คนหญิง 6 คน ได้เดินทางมาถึงเขตแดนชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บริเวณช่องพริก จากนั้นแต่ละคน ได้แยกย้ายกันเดินขึ้นภูเขาเพื่อเข้าป่าหาเห็ด ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินไปคนเดียวบริเวณเขตรอยต่อชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่ญาติได้เรียกหาให้กลับมาหาเห็ดใกล้ๆกัน จากนั้นไม่นานได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น ทำให้ทุกคนที่เดินทางมาด้วยกัน ต่างรู้เลยว่าผู้ตายต้องไปเหยียบกับดักทุ่นระเบิดอย่างแน่นอน ซึ่งผู้ตายเพิ่งเดินทางมาหาเห็ดเป็นครั้งแรกเลยไม่ชินกับเส้นทาง
ขณะที่เจ้าหน้าที่ เตือนประชาชนอย่าเข้าใกล้แนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะเป็นพื้นที่เคยมีการสู้รบในอดีต มีการวางกับระเบิด และทุ่นระเบิดไว้เป็นจำนวนมาก ยังไม่สามารถเก็บกู้ได้หมด หากจะหาเก็บเห็ดป่าให้หาเก็บไม่ไกลจากชุมชนชายแดนไม่มากนักจะปลอดภัยกว่า

