เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.อ.ชาตรี สงวนธรรม ผบ.ฉก.ม.2 ยังคงมีคำสั่งให้ ร.อ.กิตติเดช กันคล้อย ผบ.ร้อย.ม.3 ฉก.ม.2 จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทหารทำการตั้งจุดตรวจจุดสกัดบนถนนสายรองซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อและเลาะตามแนวตะเข็บชายแดน รวมทั้งจัดชุดลาดตระเวณตามท่าข้ามลำน้ำสายและช่องทางธรรมชาติทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาของกลุ่มบุคคลหรือแรงงานชาวเมียนมา ที่ยังคงมีความพยามลักลอบเข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้พื้นที่ขาดแคลนงานทำและขาดสิ่งของอุปโภคบริโภค ขณะที่แนวโน้มการแพร่ระบาดในประเทศเมียนมาพบมีกาแรพร่ระบาดอย่างหนัก

โดยล่าสุดทางเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมบุคคลต้องสังสัยได้อีก 2 คนบริเวณท่าข้ามป่าสัก บ.สันทรายใหม่ หมู่ 11 ต.แม่สาย อ.แม่สาย คือนายทูนแสนหวี อายุ 53 ปี สัญชาติเมียนมา และนางเหี่ยน อายุ 54 ปี สัญชาติเมียนมา โดยให้การรับสารภาพว่า ได้เดินทางมาจาก เมืองลาเชียว ประเทศเมียนมา มายัง จว.ท่าขี้เหล็ก เพื่อมาข้ามแม่น้ำสาย เพื่อที่จะเดินทางไปหาบุตรสาว และไปทำงานที่สวนลำไย ที่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเสียค่าใช้จ่ายให้กับบุคคลที่ให้การช่วยเหลือในการข้ามแม่น้ำสาย ฝั่งประเทศเมียนมาคนละ 3,000 บาท แต่ถูกทาง จนท.ทหาร จับกุมตัวไว้ได้เสียก่อน จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่ง จนท.ตม.แม่สาย จว.ช.ร. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนต่อไป

ทำให้สถิติจับกุมบุคคลต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองผิดกฏหมาย ชายแดนทางด้านจังหวัดเชียงราย หลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และมีการปิด มีการจับกุม 56 ครั้ง ผู้ต้องหา 151 ราย แยกเป็นบุคคลต่างด้าวชาวเมียนมา 83 ราย ชาวไทย 54 ราย ชาวลาว 12 ราย และชาวจีน 2 ราย ส่วนชายแดนทางด้านจังหวัดเชียงใหม่ มีการจับกุม 36 ครั้ง ผู้ต้องหา 103 คน แยกเป็นบุคคลต่างด้าวชาวเมียนมา 97 คน และเป็นผู้นำพาชาวไทยอีก 6 คน



