จับแล้วคนร้ายปืนจี้ชิงเงินเซเว่น ตร.สระบุรี ไล่แกะรอยจากวงจรปิด ตามจับได้ใน 24 ชม.

จับแล้วคนร้ายจี้ชิงเงินร้านเซเว่น

วันที่ 2 ส.ค. จากกรณีเมื่อเช้า วันที่ 31 ส.ค.63 ศูนย์วิทยุ 191 รับแจ้งเหตุ คนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อ (เซเว่น) สาขาปากทางชุมชนดาวเรือง ในเขต สภ.เมืองสระบุรี รูปลักษณะคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นชายคนเดียวกัน ร.ต.อ. สุรินทร์ แดนชัย รอง สวป.กับพวก กำลังเข้าเวรรถยนต์สายตรวจอยู่จึงรีบไปที่เกิดเหตุทันที แต่คนร้ายได้หลบหนีไปก่อนแล้วจึงรายงานเหตุให้ ผู้บังคับบัญชาทราบจากนั้น  ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ได้รับแจ้งพ.ต.ท.ณัฐชาติ เกตุชาติ สว.(สอบสวน พนักงานสอบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี รับแจ้งมีเหตุจี้ชิงทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อ ( เซเว่น) สาขากริมถนนพหลโยธินใกล้แยกสัญญาณไฟบ้านหนองม่วง ท้องที่ ต.ห้วยบง จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยชุดสืบสวน พบพนักงานประจำสาขาอยู่ในอาการตื่นตกใจ ให้การว่าขณะอยู่ภายในร้านมีคนร้ายเป็นชาย 1 คนรูปร่างผอมสูงผิวคล้ำสูงประมาณ 170 ซ.ม.สวมหมวกกันน็อกสีดำเต็มใบ ใส่เสื้อยืดแขนยาวสีเหลืองอมส้ม คอ-ปลายแขนสีดำด้านหลังปักอักษรคำว่า “ปลอดภัยไว้ก่อน” กางเกงยืด กีฬาสีดำสวมรองแตะ เดินตรงเข้ามาที่เคาร์เตอร์คิดเงิน ชักอาวุธปืนลูกโม่ ออกมาบังคับให้ส่งเงินมาให้ ด้วยความกลัวตนจึงได้เปิดลิ้นชักที่เก็บเงิน หยิบเงินที่ขายของได้ในช่วงนั้นราว 2,000 บาทเศษ เมื่อได้เงินแล้วคนร้ายได้เดินออกไปขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีราโน่สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนที่จอดไว้ที่ด้านหน้าร้านขับขี่หลบหนีเข้าถนนสายห้วยบง ท่าลาน แล้วหายไป

จากนั้นทาง สภ. เมืองสระบุรี ได้ประสานกับทาง สภ. เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุชิงทรัพย์ ( เงิน ) ซึ่งรวมกันแล้วประมาณ 2600 บาท ประชุมชุดสืบสวนลงพื้นที่ตามแกะรอยกล้องวงจรปิดที่คิดว่าคนร้ายใช้เส้นทางหนี จนเมื่อช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ได้แกะรอย และพบกับผู้ต้องหา ทราบชื่อ นายเอ๋ ชิเนหันนา อายุ 42 ปี ชาว ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ทำการหลบหนีโดยใช้รถจักรยายนต์ ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ ทะเบียนไม่ติด ผ่านเส้นทางห้วยบง ท่าลานหลังก่อเหตุ ไปพักที่ ม. 7 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา จากนั้นได้ทำการเปลี่ยนรถเป็นรถจักรยายนต์ยามาฮ่า รุ่น MSX สีน้ำเงิน ( ไม่ติดบ้ายทะเบียน ) ขับหนีออกไปหลบซ่อนโดยมาเปิดห้องพักที่ ภูอุทัยธารทิพย์ รีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่ใน อ. มวกเหล็ก จ.สระบุรี จนชุดสืบสวนของ สภ. เมืองสระบุรี สภ. เฉลิมพระเกียรติ และชุดสืบจังหวัดสระบุรี สามารถเข้าจับในรีสอร์ทแห่งนี้ ใช้เวลา จับกุมคนร้ายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง

จากสอบถาม ด้าน พ.ต.อ.พิศณุ วิทยาภรณ์ ผกก.สภ.เมืองสระบุรี ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ชุดสืบสวน ของ สภ. เมืองสระบุรี สภ. เฉลิมพระเกียรติ และชุดสืบสวนจังหวัดสระบุรี ได้ประสานงานกัน โดยติดตามผู้ต้องหาที่ทราบชื่อว่า นายเอ๋ ชิเนหันนา ใช้วิธีเช็คกล้องวงจรปิดเส้นทางการหลบหนีจนทราบว่า หลังก่อเหตุชิงเงินร้านสะดวกซื้อทั้ง 2 แห่งได้ใช้เดินทาง ถนนห้วยบง – ท่าลาน เป็นเส้นทางการหลบหนี จากนั้นชุดสืบได้ทำการแกะรอย โดยเข้าไปยังพื้นที่ อ. ท่าเรือ ซึ่งเป็นร้านขายรถจักรยายนต์ จึงได้เข้าไปสอบถาม โดยมีรูปผู้ต้องหาให้ทางร้านดู ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ของทางร้านเคยเห็นหน้า และได้กล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เคยเจอผู้ชายในรูป และเห็นในทีวีว่าเป็นโจรชิงทรัพย์ในร้านสะดวกซื้อที่สระบุรี โดยผู้ต้องหามีอาชีพเป็นผู้รับเหมาทำไฟของการไฟฟ้าแห่งหนึ่งใน จ. พระนครศรีอยุธยา และเคยมาทำเรื่องซื้อรถจักรยานยนต์ ที่ร้านได้นำเอกสารสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านมายื่นเพื่อซื้อรถจักรยานยนต์ ปรากฏว่า ไม่ผ่านการอนุมัติ เลยทิ้งเอกสารไว้ที่ร้าน จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอเอกสารดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับรูปที่ผู้ต้องหาก่อเหตุ ปรากฏว่าเป็นชายดั่งรูปที่ก่อเหตุ จึงได้ทำการลงพื้นที่ใน อ. ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ปรากฏว่า จากการสืบในเชิงลึก ผู้ก่อเหตุได้ทำการเปลี่ยนรถจักรยายนต์จากยามาฮ่าพีโน่ มาเป็นยามาฮ่า รุ่น MSX สีน้ำเงิน ( ไม่ติดป้ายทะเบียน ) เดินทางไปยัง อ. มวกเหล็ก จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางมายังภูอุทัยธารทิพย์ รีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่ใน อ. มวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยผู้ต้องหามาทำการเปิดห้องพักตั้งหลังก่อเหตุ 1 วัน จากนั้นได้ทำการซุ่มดู

ปรากฏว่าเวลา 16.00 น. เมื่อสบโอกาสจึงได้เข้าทำการจับกุม โดยที่ผู้ต้องให้การยอมรับว่าก่อเหตุจริงทั้ง 2 สถานที่ โดยในการจับกุม สามารถยึดปืน บีบีกันลูกโม่ รุ่น 357 และรถจักรยานยนต์ที่ใช้หลบหนี หมวกกันน็อก เสื้อกางเกงที่ใช้ในวันก่อเหตุและป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ จาการสอบถาม ผู้ต้องหา ให้การว่า ตนเองไม่มีเงินต้องการเงินไปใช้ สำหรับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการแจ้งข้อหา แก่นายเอ๋ ชิเนหันนา ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน ใช้ยานพนะในการก่อเหตุ และหลบหนี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“สุริยะ”ยันจุดยืนก.อุตแบนพาราควอตต่อไป ชี้2เดือนยังตัดสินไม่ได้
บทความถัดไปสหายดุจ ผู้คุมคุกตวลสเลงยุคเขมรแดง เสียชีวิตในวัย 77 ปี