โค่นสวนยางปลูกกาแฟ พลิกชีวิต-ผุดรายได้เกษตรสตูล ปลุกตำนาน ‘กาแฟ’ โบราณ200ปี

โค่นสวนยางปลูกกาแฟ
พลิกชีวิต-ผุดรายได้เกษตรสตูล
ปลุกตำนาน ‘กาแฟ’ โบราณ200ปี

กาแฟ ถือเป็นพืชเศรษฐกิจหนึ่งของประเทศ โดยนิยมปลูกในพื้นที่แถบภาคเหนือและภาคใต้ ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์และความเหมาะสม โดยเป็นเครื่องดื่มที่คนไทยส่วนใหญ่นิยมดื่มด้วยทุกวัน กาแฟจึงเป็นเมนูอันดับต้นๆ สามารถเอามาผสมทำเครื่องดื่มได้หลากหลายประเภท เช่น นำกาแฟมาผสมกับน้ำส้ม น้ำมะพร้าว หรือผสมกับเครื่องดื่มอื่นๆ โดยกาแฟแต่ละชนิดก็ให้ความอร่อย ละมุน แตกต่างกัน

โรบัสต้า สายพันธุ์กาแฟที่ได้รับความนิยมรองมาจากพันธุ์อาราบิก้า ซึ่งทั้งสองสายพันธุ์เป็นชนิดพันธุ์ที่คนไทยนิยมดื่ม โรบัสต้า ให้รสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมกรุ่นคงความดุดันฉบับกาแฟสายพันธุ์ใต้ สำหรับในประเทศไทยนิยมปลูกมากในแถบภาคใต้ เช่น ระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ และสตูล “ไร่กาแฟนายเอก”  ที่บ้านทุ่งนางแก้ว หมู่ 5 ตำบลน้ำผุด อำเภอละงู จังหวัดสตูล ต้นกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า ในช่วงอายุ 1 ปี 8 เดือน จำนวน 250 ต้น บนพื้นที่แปลงทดลอง 2 ไร่ กำลังให้ผลผลิต ซึ่งถือเป็นความโชคดีของเกษตรกรหลังกาแฟให้ผลผลิตก่อนกำหนด หากช่วงอายุ 3-4 ปี จะให้ผลผลิตมากถึง 1 ตันกว่าต่อไร่

ประสบการณ์ของครอบครัวที่ปลูกต้นกาแฟในพื้นที่จังหวัดระนอง และจังหวัดชุมพร ทำให้ ไร่กาแฟนายเอกŽ กล้าที่จะโค่นต้นยางพาราเพื่อปลูกต้นกาแฟ และได้ผลเกินความคาดหมาย อีกทั้งมีแผนจะเพิ่มพื้นที่ปลูกกาแฟอีก 10 ไร่ โดยโค่นต้นปาล์ม ปัจจุบันทางไร่กาแฟนายเอก มีสมาชิกปลูกกาแฟ 20 ราย หากมีผลผลิตเยอะเหลือขายในอนาคตเตรียมแผนรองรับด้วยการแปรรูป

นางกนกวรรณ หวังโชคผดุง เจ้าของไร่กาแฟนายเอก วัย 33 ปี กล่าวว่า พื้นที่ดินตรงนี้มันเหมาะสมกับการปลูกกาแฟค่อนข้างมาก แต่ที่ไม่นิยมปลูกเพราะว่ามันไม่มีโรงงาน ไม่มีใครรับซื้อ เกษตรกรไม่รู้จะปลูกเพื่ออะไร ไม่มีใครกล้าลงปลูกจึงคิดว่าดินมีปัญหา

“สิ่งสำคัญในการปลูกกาแฟ ถ้าเกิดว่าเป็นพื้นที่ซับน้ำหรือเป็นดินทรายจะไม่ได้ผล แต่พื้นที่ตรงนี้มันเหมาะกว่าดินควนของฝั่งโน้น ส่วนฝั่งทางโน้นส่วนใหญ่ที่ปลูกกาแฟ เพราะปลูกยางพาราไม่ได้ฝนตกเยอะ บ้านเราอากาศดีกว่า ฝนฟ้าดีกว่า ดินดีกว่า และพื้นที่ก็รับดีกว่า เราไม่ต้องลำบากในการขึ้นเขาไปเก็บกาแฟ จึงคิดว่าเราน่าจะได้ผลถ้าเราทำกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เราได้ผลดีกว่า ซึ่งตนก็มีแหล่งจำหน่ายหากมีวัตถุมากพอ”

น.ส.ณิชเนตร สระมุณี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สนง.เกษตรอำเภอละงู กล่าวว่า สำหรับกาแฟที่เหมาะสมกับพื้นที่กาคใต้ จะเป็นกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า เหมาะสมกับพื้นที่ส่วนล่างของประเทศ เพราะอยู่ในเขตพื้นที่ร้อนชื้น ส่วนที่เหมาะสมกับการปลูกบนพื้นที่ด้านบน (ภาคเหนือ) ที่ไม่สามารถปลูกได้ คือ พันธุ์อาราบิก้า เพราะสายพันธุ์นี้จะเหมาะกับพื้นที่ที่มีอากาศเย็น อากาศหนาวซึ่งอยู่บนดอย ถ้าเราเอามาคุณภาพของกลิ่นและเมล็ดกาแฟ มันจะได้ไม่เหมือนกัน

 

“สำหรับที่อำเภอละงู จ.สตูล จึงเหมาะกับการปลูกกาแฟโรบัสต้า จากการสำรวจเมื่อปีที่แล้ว เกษตรกรที่มีการรวมกลุ่มและมีการเพาะปลูก จะอยู่ที่ 27 ราย พื้นที่ 30 ไร่ แต่ไม่ได้ปลูกในเชิงธุรกิจ จะเป็นการปลูกเสริมในสวนปาล์มสวนยางพารา เพราะเราแนะนำให้เขาลองดูก่อนเพราะเกษตรกรในช่วงนี้ อยู่ในสภาวะของการตัดสินใจว่าผลผลิตที่ได้ออกมามันจะคุ้มทุนกับการทำยาง ก่อนหน้านี้ไหม เป้าหมายของเกษตรกรอำเภอละงู คือต้องเพิ่มผลผลิตให้ได้มากขึ้นกว่า 100 ไร่ โดยต้องดูว่ากลุ่มเกษตรกรมีความต้องการหรือไม่ในเรื่องของรายได้อาชีพเสริม ซึ่งวันนี้ไร่กาแฟนายเอก จัดว่าเป็นตัวอย่างเริ่มจากกลุ่มเล็กๆ ของคนที่ต้องการอยากเปลี่ยนแปลงและตอนนี้มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น จากเดิม 21 ราย เพิ่มขึ้นอีก 25 ราย พื้นที่ในการปลูกตกอยู่ที่ 4,500 ต้น มีการขยายเพิ่มขึ้นเชื่อว่าจะเป็นทางเลือกให้เกษตรกรในการตัดสินใจได้มากขึ้น”สำหรับอำเภอละงูถือว่ามีดินแดนปลูกต้นกาแฟในอดีต เดิมเป็นพืชที่คนตำบลตอละ หรือชาวบ้านตำบลเขาขาวและตำบลน้ำผุดในปัจจุบัน ปลูกไว้ก่อนจะเปลี่ยนไปปลูกยางพาราในช่วงราคายางพุ่งสูง แต่ความผันผวนราคายางดำดิ่งเหลือ 3 โล 100 บาท คนตอละจึงหันมาปลูกกาแฟโบราณ สายพันธุ์โรบัสต้า ส่วนใหญ่ก็ปลูกแซมยางพารา ปาล์มน้ำมัน โดยจะนำต้นพันธุ์กาแฟที่มีอายุมากกว่า 200 ปี บนพื้นที่ของโต๊ะดะ เจ้าของต้นกาแฟโบราณรุ่นที่ 2 กระทั่งวันนี้ ต้นกาแฟโบราณยังคงอยู่ถึงทายาทรุ่นที่ 4

ในปัจจุบัน ส่วนราคาซื้อขายจากไร่กาแฟจะรับซื้อผลสดเพื่อลดความยุ่งยากของเกษตรกรจะอยู่ในราคากิโลกรัมละ 25 บาท หากจะขายเมล็ดแห้งกิโลกรัมละ 80-85 บาท หากมีการคัดเกรดจะได้อีกราคาหนึ่ง

สำหรับใครที่กำลังมองหาอาชีพเสริม หรือต้องการทดลองปลูกเพื่อแทรกกับพันธุ์พืชที่ตนมีอยู่ โดยเกษตรกรที่สนใจสามารถติดต่อขอพันธุ์มาปลูกได้ที่ไร่กาแฟนายเอก มีพันธุ์กาแฟมาให้ปลูกคิดราคาขนส่งเท่านั้นไม่หวังกำไร ติดต่อได้ที่คุณกนกวรรณ หวังโชคผดุง เจ้าของไร่กาแฟนายเอก 08-4254-4902

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon