หน้าแรก ภูมิภาค ‘ใครได้-ใครเส...

‘ใครได้-ใครเสีย’ คนเมืองกาญจน์รอลุ้น ผุด‘สะพานข้ามแยกวังสารภี’

14.09.20 | 18:01 น.

‘ใครได้-ใครเสีย’
คนเมืองกาญจน์รอลุ้น
ผุด‘สะพานข้ามแยกวังสารภี’

แขวงทางหลวงกาญจนบุรี จัดประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชน “โครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยก จุดตัดทางหลวงหมายเลข 324 ตอนกาญจนบุรี-หนองขาว ที่ กม.2+586 กับทางหลวงหมายเลข 367 ตอน ทางเลี่ยงเมืองกาญจนบุรี ที่ กม.4+932 (สี่แยกวังสารภี)” ไปแล้วด้วยกัน 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ และครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นครั้งล่าสุดจัดไปเมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองปากแพรก ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมีผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมจำนวนมาก

สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และบรรเทาปัญหาการจราจรบริเวณทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 324 กับทางหลวงหมายเลข 367 รองรับปริมาณจราจรบริเวณทางแยกที่มาจากทางหลวงพิเศษ (Motor Way) สายบางใหญ่-กาญจนบุรี และเพื่อนำผลจากการดำเนินการมีส่วนร่วมของประชาชนมาประกอบการพิจารณาและปรับปรุงโครงการให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด อีกทั้งเพื่อตอบสนองนโยบายของกรมทางหลวงในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในด้านการพัฒนาด้านวิศวกรรมให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม โดยคาดว่าประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 324 กับทางหลวงหมายเลข 367 เพื่อให้การเดินทางและการขนส่งมีความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น ส่งเสริมการพัฒนาด้านเศรษฐกิจในพื้นที่โครงการ เช่น การเกษตร การท่องเที่ยว การบริการ การอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่งซึ่งในที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้ซักถาม พร้อมกับให้ข้อเสนอแนะถึงปัญหาและอุปสรรค ซึ่งมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

นายแสงทอง พาแก้ว ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกาญจนบุรี ชี้แจงว่า กรมทางหลวงได้รับการจัดสรรงบประมาณปี 2563 เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 324 กับทางหลวงหมายเลข 367 (แยกวังสารภี) 450 ล้านบาท เนื่องจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 324 เป็นทางหลวงแผ่นดินที่เชื่อมต่อกับหลายจังหวัด เช่น สุพรรณบุรี ราชบุรี และนครปฐม และในอนาคตจะเป็นเส้นทางที่รองรับปริมาณจราจรจากทางหลวงพิเศษมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ปัจจุบันเป็นสี่แยก มีสัญญาณไฟจราจร ซึ่งเป็นทางแยกที่มีปัญหาการจราจรหนาแน่นมาก ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนและช่วงวันหยุดในเทศกาลต่างๆ กรมทางหลวงจึงได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนจะดำเนินการโครงการดังกล่าวขึ้น“รายละเอียดของโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 324 ตอน กาญจนบุรี-หนองขาว มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ กม.2+000 บริเวณหน้าหมู่บ้านพฤกษากาญจน์ ไปจนถึงบ้านหนองขาว อ.ท่าม่วง ที่ กม.11+000 มีระยะทางรวมทั้งสิ้น 9 กิโลเมตร โดยจุดที่จะดำเนินการก่อสร้างคือบริเวณสี่แยกวังสารภี กม.2+586 ซึ่งตัดกับทางหลวงหมายเลข 367 ตอนทางเลี่ยงเมืองกาญจนบุรี ปัจจุบันมีปริมาณการจราจรสูงเฉลี่ย 23,883 คันต่อวัน จึงเห็นสมควรแก้ไขปัญหาจุดตัดบริเวณทางแยกดังกล่าว เพื่อให้เกิดความสะดวก ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อรองรับการจราจรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้”

นายสัณฑพงค์ เทพวงค์ กรรมการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ได้มีโอกาสไปร่วมรับฟังการแสดงความคิดเห็น หรือที่เรียกว่า Public Hearing เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา ในโครงการมีการนำเสนอแนวทางมา 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 สะพานข้ามทางแยกตามแนวทางหลวงหมายเลข 367 รูปแบบที่ 2 ทางลอดทางแยกแนวเส้นทางหลวงหมายเลข 367 โดยมีวงเวียนกลางสี่แยกเพื่อให้พาหนะสัญจรในเส้นทาง Local Road ซึ่งถ้ามองแบบชาวบ้านร้านถิ่นมอง คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ปัจจุบันถนนขาเข้าออกแทบทุกแยกหลัก คับคั่งไปด้วยรถที่ผู้คนใช้สัญจรไปมา ไม่ว่าจะเป็นคนในจังหวัด และนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในวันหยุดต่างๆ มองในมุมการขนเงินของเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวเข้ามาในกาญจนบุรี น่าจะมีตัวเลขที่สามารถยืนยันได้จากหน่วยงานการท่องเที่ยว ซึ่งจะได้มั่นใจว่า ไม่มั่วได้ นั่นเป็นประเด็นสำคัญ

“ทราบว่ามูลค่าก่อสร้างของโครงการนี้ ราว 450 ล้านบาท นับว่าเป็นตัวเลขที่สูงทีเดียวสำหรับการลงทุนเพื่อพัฒนาท้องถิ่น และแน่นอนงบประมาณเหล่านี้ ส่วนหนึ่งแทบจะแยกไม่ออกว่าไม่ได้มาจากภาษีที่รัฐเก็บจากประชาชนในรูปแบบต่างๆ การจัดสรรเงินของโครงการนี้ เพื่อใช้ในงบประมาณปี 2563 ซึ่งแน่นอนว่าถ้าโครงการนี้ไม่เกิด กระบวนวิธีต้องส่งงบประมาณคืน ซึ่งในเรื่องอนาคตจะมีใครการันตีว่าจะมีงบประมาณเพื่อพัฒนาท้องถิ่นจำนวนนี้คืนกลับมาอีกครั้ง เรายังไม่อาจมั่นใจด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ จะเกิดขึ้น ไม่ว่าการคงอยู่ของรัฐบาล การเกิด
โควิด-19 ระลอกใหม่ เพราะสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ไม่สามารถยืนยันได้ จากการรับฟังทราบว่า ตัวเลขงบประมาณในการจัดทำทางลอดทางแยก อยู่ราว 700 ล้านบาท ประเด็นที่ต้องคิดคือ 700 ล้านบาทนี้ คือการคำนวณ ณ ปี 2563 ใช่หรือไม่ และหากงบประมาณที่ได้ ได้ในปี 2564 หรือ 2565 หรือ 2566 ตัวเลขการก่อสร้างยังคงที่จะใช้ตัวเลขนี้ได้อยู่หรือไม่ และที่สำคัญเมื่อถึงเวลานั้น จังหวัดกาญจนบุรียังมีโอกาสจะได้รับงบประมาณนี้อีกหรือไม่”นายสัณฑพงค์กล่าวอีกว่า จากการที่ตัวแทนกรมทางหลวงได้ขึ้นมาชี้แจงถึงการเปรียบเทียบระหว่างการสร้างทางข้ามทางแยก และทางลอดทางแยก เมื่อพิจารณาตามตัวหนังสือและคำอธิบาย ทำให้เชื่อได้ว่าการสร้างสะพานข้ามทางแยกมีความเหมาะสมกว่า และขณะเดียวกันการตอบคำถามเรื่องความปลอดภัยของทางลอดทางแยกของเส้นทางหลวง 367 มีความปลอดภัยมากแค่ไหน ทางตัวแทนกรมทางหลวงก็ได้เพียงแต่อธิบายถึงว่า โดยระบบได้มีการวางแนวป้องกันไว้แล้ว ครั้งหนึ่งในประเทศไทยก็เคยเกิดเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วมขังในทางลอดทางแยกมาแล้ว การเสียชีวิตของคนจะ 1 คนหรือมากกว่า ย่อมไม่ส่งผลดีใดๆ เพราะไม่สามารถประเมินค่าได้ และในเรื่องนี้กรมทางหลวงต้องตอบให้ชัดได้ว่า ทางลอดทางแยกของเส้นทางหลวง 327 นี้ ซึ่งมีทางลาดจากเขาลงมาจะรับรองได้มากเพียงใดเมื่อเทียบจากทางลอดทางแยกในเส้นทางระนาบปกติ

Advertisement

“โดยสรุป 1.ข้อเสนอให้ทบทวนเรื่องการใช้งบประมาณว่าเมื่ออนุมัติโครงการแล้วควรจะได้ทำการก่อสร้างให้แล้วเสร็จ 2.หากจะต้องยกเลิกด้วยเหตุผลใดๆ ต้องมีเหตุผลที่เหมาะสมมากเพียงพอ และที่สำคัญ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงต้องพิจารณาคำพูดและรับผิดชอบในเสียงอื่นๆ ที่สนับสนุนการก่อสร้างสะพานข้ามทางแยกด้วยเช่นกัน 3.กรมทางหลวงจำเป็นที่จะต้องทำประชาคมและจัดการประชุมการมีส่วนร่วมของชาว จ.กาญจนบุรี ไม่ใช่เฉพาะแค่ในพื้นที่ เพราะจะได้รับข้อมูลไปเพียงส่วนเดียวไม่ครอบคลุม”

สุดท้ายแล้วจะเลือกแนวทางไหน สิ่งสำคัญที่จะต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือ ประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน และคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เสียไป จึงจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ รอบด้าน ให้ครบถ้วนในทุกมิติ ปิยรัชต์ จงเจริญ